หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าภายใน เข้ม...

ค้าภายใน เข้มงวดตลาดสดปิดป้ายราคา ดึงแม็คโคร-โลตัสเพิ่มรับซื้อผลไม้ 5.4 หมื่นตัน

10.04.23 | 16:56 น.

ค้าภายใน เข้มงวดตลาดสดปิดป้ายราคา ดึงแม็คโคร-โลตัสเพิ่มรับซื้อผลไม้ 5.4 หมื่นตัน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน นายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ณ ตลาดวัฒนานันท์ เขตดอนเมือง จากนี้ไปเปิดงาน “แม็คโคร-โลตัส สนับสนุนเกษตรกรไทย ชวนบริโภคผลไม้ตามฤดูกาล ณ ห้างแม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ และตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ณ ห้างโฮมโปร สาขาราชพฤกษ์

และกล่าวถึงลงตรวจพื้นที่ว่า กรมได้กำชับและเข้มงวดกับการปิดป้ายแสดงราคาในทุกจุดขาย และทุกสินค้าต้องปิดป้ายราคาให้ชัดเจน หากฝ่าฝืนมีโทษจับครั้งละ 10,000 บาท และหากกำหนดราคาขายแพงเกินจริง มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท และทั้งจำทั้งปรับ

รวมถึงขอความร่วมมือกับสมาคมตลาดกลางและตลาดสด ในการกำชับดูแลผู้เช่าพื้นที่ให้ปฏิบัติเรื่องการปิดป้ายราคาและไม่ฉวยโอกาสขายเกินราคา โดยเข้มงวดกับการใช้มาตรการเอาผิด ตั้งแต่ ตักเตือน ทำทัณฑ์บน แจ้งเจ้าหน้าให้ปรับ ระงับการขายและถึงขั้นยกเลิกแผง

สำหรับราคาสินค้าในตลาดสด พบว่า ราคายังทรงตัว อาทิ เนื้อหมูราคา 150 บาทต่อกิโลกรัม ไก่สด 75 บาทต่อกิโลกรัม ไข่ไก่ฟองละ 3.80 บาท ส่วนผักสดมีขึ้นและลงตามภาวะผลผลิตและความเสียหายที่เกิดจากภาวะอากาศ แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ ส่วนสินค้าเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ เช่น ปืนฉีดน้ำ ทางผู้ค้าระบุว่ายังขายเท่าปีก่อนเกิดโควิดระบาด สำหรับสถานการณ์การค้าในห้างแม็คโคร โลตัส และโฮมโปร แต่ละแห่งมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาสินค้า โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุซ่อมแซมบ้านหรือตกแต่งบ้าน สินค้าบำรุงและป้องกันแดด อุปกรณ์เล่นน้ำ รวมถึงจัดรณรงค์บริโภคผลไม้ เป็นต้น

Advertisement

“ในส่วนรณรงค์การบริโภคผลไม้ เป็นหนึ่งใน 22 มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ บริหารจัดการผลไม้ ซึ่งปี 2566 คาดว่าผลผลิตผลไม้ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน 6.78 ล้านตัน ซึ่งขณะนี้ได้มีผลไม้หน้าร้อนเริ่มออกสู่ตลาดและหาซื้อได้ในช่วงสงกรานต์นี้ อาทิ มังคุด ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ก็ได้มีการเชื่อมโยงแหล่งผลิตกับห้างต่างๆ

รวมถึงจัดฟรุตเฟสติเวลในห้างกรุงเทพฯและทั่วประเทศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยมีเป้าหมายจะดูดซับผลผลิตในปีนี้ 7 แสนตัน ผ่านมาตรการและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งหลังจากเริ่มมาตรการได้มีห้าง ปั๊มน้ำมัน มีการรับซื้อแล้ว 1 หมื่นตัน

และจากพูดคุยกับผู้ค้าในตลาดสด สะท้อนว่า ดีใจ หลังจากโควิดคลี่คลาย กิจกรรมเข้าภาวะปกติ และเข้าช่วงสงกรานต์ จึงมองว่าเป็นช่วงการขายที่ดีขึ้น เชื่อว่าไม่มีการฉวยโอกาสขายเกินจริง แม้ก็ต้องกำชับเรื่องการปิดป้ายราคา อยากให้เป็นกฎเหล็ก หากมีการฝ่าฝืนให้เอาผิดตามกฎหมายได้ทันที ทั้งนี้ อยากเตือนถึงประชาชน หากในช่วงเดินทางเกิดอาการเหนื่อย อยากให้จอดพักและอย่าฝืนเดินทาง โดยขอให้ทุกคนมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์”

 

นายสมนึก ยอดดำเนิน ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอาหารสด แม็คโคร กล่าวว่า แม็คโครและโลตัสได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย และสนับสนุนนโยบายการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ปี 2566 ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่คาดการณ์ว่า จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น มะม่วง เงาะ ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ ทุเรียน ลองกอง สละ ฯลฯ โดยทั้งแม็คโครและโลตัสเป็นช่องทางกระจายสินค้าให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี สำหรับปีนี้แม็คโครวางแผนการรับซื้อผลไม้ฤดูกาลกว่า 36 ล้านกิโลกรัม หรือ 36,000 ตัน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน พร้อมจัดโปรแกรมส่งเสริมการขายต่อเนื่องทุกเดือน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Amazing Thai Taste ตั้งแต่ เมษายน-สิงหาคม เพื่อกระตุ้นการบริโภคอย่างต่อเนื่องกับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่มีความต้องการวัตถุดิบไปใช้ในการสร้างสรรค์เมนู รับกระแสการท่องเที่ยวที่กำลังคึกคัก ตามนโยบาย ‘แม็คโคร เคียงข้างเกษตรกรไทย’ ที่มุ่งส่งเสริม พัฒนาและสร้างโอกาสการเติบโตให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นางสาวจิราภรณ์ เลาหะรัตนะวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหารสดและอาหารพร้อมปรุงพร้อมทาน โลตัส กล่าวว่า ปีนี้ โลตัสวางแผนการรับซื้อผลไม้จากชาวสวนตลอดทั้งปี ประมาณ 18 ล้านกิโลกรัม หรือ 18,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 20% เช่นกัน โดยจะกระจายสินค้าไปยังทุกสาขาทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้ นับว่าเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของธุรกิจเพื่อช่วยเกษตรกรไทยระบายผลผลิตสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ประชาชนคนไทยได้บริโภคผลไม้คุณภาพดีแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

สำหรับความร่วมมือระหว่างแม็คโคร-โลตัส และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในครั้งนี้ จะช่วยระบายผลไม้ตามฤดูกาลให้เกษตรกรชาวสวนมากกว่า 101,850 ราย เพื่อลดปัญหาผลิตล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ ซึ่งผลไม้ยอดนิยมของไทย อาทิ มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ

นอกจากจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยแล้ว ผลไม้ไทยเหล่านี้ ยังถือเป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เข้ามาท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งการกระจายผลไม้คุณภาพจากเกษตรกรไทย ไปยังสาขาต่างๆ ของทั้งแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคัก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาว คาดมีเงินสะพัดกว่า 1.25 แสนล้านบาท