‘ซีพีเอฟ’ กางแผนเจาะตลาดซาอุฯ ชี้โอกาสลงทุนธุรกิจอาหาร
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นประเทศที่มีความเป็นผู้นำและศูนย์กลางของกลุ่มความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (จีซีซี) จึงมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง คิดเป็นอันดับที่ 18 ของโลก มีประชากรสูงสุดถึง 35 ล้านคน คาดว่าภายในปี 2030 จะมากถึง 50 ล้านคน ทำให้สามารถกระจายสินค้าเข้าถึงประชากรกว่า 750 ล้านคนในภาคพื้นตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (เอ็มอีเอ็นเอ) โดยซาอุดีอาระเบียถือเป็นประเทศที่มีความชัดเจนในด้านความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมายกลยุทธ์ในการทำให้เกิดจริง ซึ่งถือเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลกด้วย
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียจัดทำเป้าหมายกลยุทธ์ 2030 มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ได้แก่ 1.เพิ่มสัดส่วนธุรกิจภาคเอกชนจาก 40% เป็น 60% ของจีดีพี 2.เพิ่มการส่งออกที่ไม่ใช่น้ำมันจาก 16% เป็น 50% ของจีดีพี สะท้อนถึงการเติบโตในด้านการจ้างงาน และการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น 3.เพิ่มการจับจ่ายใช้สอยด้านวัฒนธรรมและบันเทิงจาก 2.9% เป็น 6% ของจีดีพี 4.เพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ให้เทียบเท่าระดับนานาชาติ จาก 3.8% เป็น 5.7% ของจีดีพี 5.เพิ่มขีดความสามารถในการรับผู้แสวงบุญจาก 8 ล้านคน เป็น 30 ล้านคน และ 6.สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ถือว่าตรงต่อประเภทอุตสาหกรรมของบริษัท โดยมีการแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1.การส่งมอบอาหารที่มีความปลอดภัยและมีสารอาหารให้ทั่วถึงทั้งประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นภาวะปกติ แต่ในช่วงภาวะฉุกเฉิน หากเกิดวิกฤตอาหารไม่เพียงพอ ก็มีแผนรองรับในการส่งมอบอาหารได้อย่างรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ามีอาหารเพียงพอแน่นอน โดยในปี 2030 มีการตั้งเป้าหมายปลีกย่อย อาทิ การเพิ่มปริมาณการผลิตอาหารทะเลจาก 1 แสนตัน เป็น 6 แสนตันต่อปี การส่งเสริมการบริโภคอาหารทะเลจาก 9 กิโลกรัมต่อคน เป็น 15 กิโลกรัมต่อคน รวมถึงเพิ่มการผลิตไก่ในประเทศจาก 9 แสนตันเป็น 1.7 ล้านตันต่อปี ซึ่งในปัจจุบันแม้มีการนำเข้าไก่จากต่างประเทศอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงมาก เพราะสามารถผลิตได้เองประมาณ 60%
“โครงสร้างการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง โดยด้านที่เกี่ยวข้องกับบริษัท คือ ธุรกิจอย่างอาหาร ซาอุฯ มีกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และเกษตร ในการดูแลและขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ที่วางไว้ ซึ่งมีการจัดตั้งกองทุนที่หลากหลายในการ และมีบริษัทเพื่อการลงทุนในด้านการเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อความยั่งยืนทางด้านอาหาร (SALIC) ที่เข้าไปร่วมลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อให้เกิดความมั่นคงในด้านอาหาร อาทิ แหล่งการผลิตข้าวโพด ธัญพืช ขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีอาหารเพียงพออย่างแน่นอน โดยบริษัทได้หารือร่วมกัน เพื่อประเมินโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมยังซาอุฯ ด้วย” นายประสิทธิ์ กล่าว

