หน้าแรก เศรษฐกิจ ค่าไฟขึ้น!ซ้ำ...

ค่าไฟขึ้น!ซ้ำเติมประชาชน มัลลิกาจวก ‘พลังงาน’ ไม่รู้เหนือรู้ใต้ขึ้นค่าไฟช่วงเลือกตั้งวางยารัฐบาล

19.04.23 | 15:21 น.

ค่าไฟขึ้น!ซ้ำเติมประชาชน มัลลิกาจวก พลังงาน ‘ไม่รู้เหนือรู้ใต้’ ขึ้นค่าไฟในสถานการณ์สู้รบช่วงเลือกตั้ง บริหารแบบไม่ได้บริหาร เท่ากับชุ่ย

เมื่อวันที่ 19 เมษายน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับเรื่องค่าครองชีพโดยเฉพาะค่าไฟ ซึ่งในสถานการณ์หน้าร้อนแม้คนจะยอมรับได้ว่าค่าไฟจะเพิ่มขึ้นจากการใช้ไฟเพิ่มขึ้น แต่ว่ากรณีที่กระทรวงพลังงานโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. มีมติเมื่อ 22 มีนาคม 2566 ว่าให้ปรับค่าเอฟทีหรือค่าไฟฟ้าผันแปรขายปลีกสำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 เป็นอัตราเดียวกันสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เท่ากับ 98.27 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะรวมอยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนที่เรียกเก็บอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย งานนี้จะทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัยถูกปรับขึ้น 0.05 บาทต่อหน่วย ขณะที่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมกลับจะถูกปรับลดลง 0.56 บาทต่อหน่วย จะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ถามว่ามันใช่เวลาไหม

“ใครเป็นคนชงเรื่องนี้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็บ้าจี้อนุมัติไปด้วย เอาอะไรคิดในการเลือกใช้วิธีนี้จนกลายเป็นการกดทับประชาชนและไร้กาลเทศะในช่วงก่อนการเลือกตั้งด้วยซ้ำ ทำงานไม่สนใจปัญหาประชาชนและสถานการณ์บ้านเมืองไม่รู้เหนือรู้ใต้ ให้รัฐบาลโดนสหบาทา จึงควรไปตรวจทานดูว่าใครวางยารัฐบาลหรือไม่ ใส่เกียร์อะไรเข้าไป บริหารแบบไม่บริหารเช่นนี้ก็ไม่ควรบริหารนะมันชุ่ย” ดร.มัลลิกากล่าว

ดร.มัลลิกากล่าวด้วยว่า ตอนนี้ไฟฟ้าในระบบก็ผลิตเหลือซึ่งเป็นไฟเหลือเกินมากกว่า 60% ด้วยซ้ำ ดังนั้น จะไปอนุมัติซื้อไฟจากผู้ผลิตเอกชนแพงทำไม แล้วมาเก็บค่าไฟจากประชาชนแพงอีก และเวลาซื้อโซลาร์เซลล์หรือพลังงานทดแทนจากรายย่อยหรือจากประชาชนก็ 2 บาทกว่าเท่านั้นเอง ขณะที่เวลามาเก็บค่าไฟบ้านประชาชนดันเก็บแพง คืออะไร รู้เท่าทันไหม อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเป็นเช่นนี้ก็ควรจะหันมาสนับสนุนพลังงานทดแทนและหาวิธีให้ประชาชนใช้โซลาร์เซลล์ผลิตเองใช้เองแล้วจัดการลดภาษีการนำเข้าแผงโซลาร์เพื่อเป็นทางเลือกแก่ประชาชน รวมทั้งนำมติ กกพ.ที่ออกมานี้กลับไปทบทวนใหม่ผ่อนปรนให้ประชาชนในช่วงอากาศร้อนไปก่อนจะสมควรมากกว่า