“บิ๊กตู่”สั่งทุกฝ่ายรูดซิบปากเปลี่ยนระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนกว่าคลังได้ข้อยุติ

13.12.16 | 17:56 น.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการจากกรมบัญชีกลางเป็นบริษัทประกันชีวิต ให้ยุติการให้ข่าวหรือให้ข้อมูลต่าง ๆ อย่าเพิ่งให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะต้องการให้ทุกเรื่องเป็นที่ยุติในครม.ให้เรียบร้อยก่อน

“นายกฯได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุข ไปหารือกันในทุกประเด็นให้เรียบร้อย ให้ชัดเจน ก่อนให้ข้อมูลต่อสังคม เพราะเรื่องนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก ดังนั้น จึงต้องการให้กระทรวงการคลังหาจุดลงตัวที่เป็นจุดอ่อนที่สังคมสงสัยให้ได้ชัดเจนก่อน”พลโทสรรเสริญ กล่าว

ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า เนื่องจากสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นราคาการดูแลสุขภาพของข้าราชการจึงสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันกรมบัญชีกลางมีหน้าที่เพียงแค่จ่ายเงิน ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบการกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ ดังนั้น จึงต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ เพื่อให้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้นายอภิศักดิ์ ยังได้ย้ำว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีนโยบายให้ข้าราชการต้องไปทำประกันชีวิตใด ๆ แต่โครงการนี้แทนที่จะให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้จ่าย ก็เปลี่ยนเป็นบริษัทประกันที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามราคาที่ตกลงกันไว้ โดยมีคุณภาพเท่าเดิม

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า ขอให้ทุกคน อย่านำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นความขัดแย้ง เพราะขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ และอยู่ระหว่างการศึกษาระบบที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการ โดยต้องหาวิธีการที่ดีที่สุด แต่หลักการดูแลเหมือนเดิม คือระมัดระวังการรั่วไหลของงบประมาณ เพราะมีปัญหาเรื่องการรั่วไหลของงบประมาณและการซื่อสัตย์สุจริต โดยกรมบัญชีกลางมีหน้าที่เพียงจ่ายเงินเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ควบคุมงบประมาณโดยตรง ซึ่งระบบดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ หากใช้บริษัทเอกชนเข้ามาดูแล ก็จะใช้งบประมาณจำนวนมากที่จะสร้างระบบให้ครอบคลุมการเชื่อมโยงระบบรักษาพยาบาล ดังนั้นจึงต้องใช้ระบบแบบเดิมไปก่อน และขอข้าราชการอย่าไปเบิกยาทุกวัน ในหลาย ๆที่ เพราะควบคุมลำบาก และยังไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่ความซื่อสัตย์สุจริต และต้องช่วยกันตรวจสอบต่อไป

Advertisement