เคาะวันนี้ลดค่าไฟ 7 สต. เหลือหน่วยละ 4.70 บาท ก.พลังงานแจงสูตรอัตราก้าวหน้า ใช้เยอะจ่ายแพง โรงงานมหาชัยโอดค่าไฟพุ่ง 15% คำสั่งซื้อหด จ่อปิดตัว
เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า วันที่ 21 เมษายนนี้ อนุกรรมการค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) จะพิจารณาเรื่องการปรับลดค่าไฟฟ้าเอฟทีสำหรับงวดที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม) ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำหนังสือฉบับใหม่ขอรับภาระยืดหนี้การชำระค่าไฟฟ้าแทนประชาชนจาก 5 งวด คิดเป็นค่าไฟ 35 สตางค์ต่อหน่วย (งวดละ 27,000 ล้านบาท) เป็น 6 งวด คิดเป็นค่าไฟ 28 สตางค์ต่อหน่วย (งวดละ 22,000 ล้านบาท)
ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดที่ 2 ของปีนี้ลดลงจาก 4.77 บาทต่อหน่วย เป็น 4.70 บาทต่อหน่วย หากได้รับความเห็นชอบจะเสนอบอร์ด กกพ.พิจารณาสัปดาห์หน้าเพื่อลงนามประกาศรับฟังความเห็นจากประชาชน หลังจากนั้นจะนำเข้าบอร์ด กกพ.อีกครั้งเพื่อมีมติประกาศค่าไฟฟ้าต่อไป
คาดว่าจะชัดเจนภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ เดิม กฟผ.ส่งหนังสือมาช่วงต้นเดือนเมษายน แต่หัวหนังสือไม่ระบุการยืดหนี้ไว้ชัดเจน กกพ.จึงเสนอทำมาใหม่พร้อมยืนยันเรื่องสภาพคล่องหากยืดหนี้มาด้วย จากนั้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน กฟผ.ได้นำหนังสือฉบับใหม่ส่งมาดังกล่าว
เร่งหาเงินอุ้มผู้ใช้ไฟ 300 หน่วย
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานบอร์ด กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.ได้ทำหนังสือยืนยันไปยัง กกพ.เสนอลดค่าไฟงวดที่ 2 ในอัตรา 7 สตางค์ต่อหน่วย จาก 4.77 บาทต่อหน่วย เหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย เชื่อว่า กกพ.จะเห็นชอบปรับลดค่าไฟตามข้อเสนอดังกล่าวเพราะเป็นประโยชน์กับประชาชนสอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนราคาพลังงานที่ลดลง และไม่กระทบต่อสภาพคล่องกับ กฟผ. เพราะหลังจากนั้นจะเป็นการคืนหนี้ให้ กฟผ.ตามปกติ สำหรับสภาพจากอากาศร้อนจัดส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น เนื่องจากค่าไฟฟ้าของไทยเป็นอัตราก้าวหน้า เมื่อใช้หน่วยมากก็ต้องจ่ายแพง โดยค่าไฟงวดปัจจุบัน (มกราคม-เมษายน) ค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัยเฉลี่ยที่ 4.72 บาทต่อหน่วย และยังมีเงินช่วยเหลือจากรัฐลดพิเศษให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งมีประมาณ 19.66 ล้านครัวเรือน
นายกุลิศกล่าวว่า สำหรับในงวดที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม) กำลังพิจารณาว่าจะมีงบประมาณส่วนใดมาช่วยเหลือเพิ่มเติมได้หรือไม่ นอกเหนือจากการยืดหนี้ของ กฟผ. เพราะจากการหารือกับสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอในการอุดหนุนค่าไฟฟ้าที่คาดว่าจะใช้ประมาณ 8 พันล้านบาท และยังมองไปถึงงวดถัดไป หรืองวด 3 (กันยายน-ธันวาคม) ว่าจะทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำที่สุด โดยมอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เร่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี ซึ่งขณะนี้ราคาลดเหลือ 11-13 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู มาสำรองไว้ได้หรือไม่
พลังงานแจงสูตรค่าไฟ ใช้เยอะ-แพง
นายกุลิศกล่าวถึงสถานการณ์ราคาค่าไฟแพงช่วงหน้าร้อนว่า ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนพบว่าแพงขึ้นในเดือนเมษายน เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด ทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศใช้กำลังไฟมากขึ้นในการที่จะรักษาอุณหภูมิให้ปกติ ยืนยันว่าค่าไฟฟ้าไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากยังคงอยู่ในช่วงคิดอัตราค่าไฟฟ้าเดิมคือ 4.72 บาทต่อหน่วยสำหรับกลุ่มครัวเรือน (1 มกราคม-30 เมษายน 2566) ยังไม่มีการปรับอัตราค่าไฟฟ้า แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันอัตราค่าไฟฟ้าจะมีอัตราเริ่มต้นและปรับอัตราเพิ่มเป็นขั้นบันได อาทิ ประเภทผู้ใช้ครัวเรือนอัตราที่ยังไม่รวมค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม การคิดค่าไฟเริ่มต้นตั้งแต่ 1-150 หน่วย อยู่ที่ 3.2484 บาทต่อหน่วย, 151-400 หน่วย อยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย, เกิน 400 หน่วยอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ดังนั้น แม้ประชาชนจะไฟฟ้าเปิดเวลาเท่าเดิมแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศทำงานหนัก จะกินไฟฟ้าหลายหน่วยเพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราเพิ่มสูงขึ้นจึงเกิดค่าไฟแพงขึ้น
รง.สมุทรสาครแบกค่าไฟเพิ่ม15%
นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ค่าไฟที่กำลังขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างมาก จากการสำรวจผู้ประกอบการใน จ.สมุทรสาคร พบว่าต้องแบกรับภาระค่าไฟเพิ่มขึ้นสูงถึง 15% ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ขณะที่คำสั่งซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศลดลง ขณะที่ค่าไฟขึ้นสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับมากที่สุดคือไม่มีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ กำลังซื้อลดลงไป บางอุตสาหกรรมลดลงไปเกือบ 50%
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ปัญหาเหล่านี้เห็นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว การจ้างงานในหลายอุตสาหกรรมก็มีการลดจำนวนแรงงานลง ผู้ประกอบการทุกคนหวังว่าภายใน 4 เดือนถึง 6 เดือนข้างหน้านี้สถานการณ์โลก หรือสถานการณ์ในประเทศจะดีขึ้น แต่ถ้าภายใน 6 เดือนหรือภายในสิ้นปีนี้กำลังซื้อไม่กลับมา เกรงว่าผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมของสมุทรสาครอาจจะต้องมีการปิดตัวลง อยากจะฝากถึงภาครัฐเร่งแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

