ร้านอาหาร-สถานบันเทิงจ๊ากค่าไฟพุ่งจ่ายเพิ่ม 70% ลูกค้านั่งดริงก์เอาต์ดอร์หายเกลี้ยง ส่วนห้างเฮ คนหนีร้อนตากแอร์เพิ่ม
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว กำลังส่งผลต่อผู้ประกอบการเครื่องดื่มและสถานบันเทิง โรงแรม หรือร้านให้บริการดื่มกินทั่วไป ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายค่าไฟสูงเป็นเท่าตัว เพราะสถานบันเทิง โรงแรม หรือแม้ร้านอาหารทั่วไป ต้องมีตู้แช่อาหารแช่เครื่องดื่ม ภายในอาคารต้องติดแอร์ตลอดเวลาของการเปิดบริการ สถานบันเทิงต้องมีแสงและเสียงจากดนตรีให้บริการ ซึ่งอากาศร้อน 1 องศา มีผลต่อค่าไฟ 3% รวมถึงผลกระทบจากพฤติกรรมคนไทยหรือนักท่องเที่ยวลดการนั่งกินหรือดื่มบริเวณไม่ติดแอร์ หรือกลางแจ้ง (เอาต์ดอร์) ระบุนั่งในพื้นที่ติดแอร์แทน ทำให้พื้นที่การขายลดลง
“การค้าขายยังปกติ แต่บรรยากาศไม่เอื้ออำนวยจากภาวะอากาศร้อนอบอ้าว ที่ควรจะดีกว่านี้ จากที่ยอดขายหลังเปิดประเทศและยังอยู่ในช่วงพักผ่อนของนักท่องเที่ยวหรือคนไทยบางส่วน หายไปเกือบหมด แต่ก็ยังมีท่องเที่ยวกลางคืนพยุงได้ แต่ก็ติดในเรื่องเวลาปิดที่ยังไม่ได้ขยายเวลาตามที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยังขายได้ต่อเนื่องและยังดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 20-30% ด้วยยังอยู่ในช่วงบรรยากาศใกล้เลือกตั้ง ที่จะยังมีการสังสรรค์ และพบปะกันอยู่เป็นการทั่วไป แต่ร้านอาหารทั่วไปที่ขายอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อหลบมานั่งแอร์ พื้นที่ขายก็ลดลง รายได้ที่ควรได้ก็จะลดลง แต่คงไม่อาจประเมินได้ว่าสูญเสียรายได้เท่าไหร่” นายธนากรกล่าว
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า สถานการณ์ค่าไฟฟ้าในตอนนี้ ถือว่าปรับขึ้นมาสูงมาก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ จากการสอบถามร้านอาหารแห่งหนึ่งพบว่า ค่าไฟฟ้าเดือนล่าสุดปรับขึ้นมาเป็น 1.7-1.8 ล้านบาท จากเดิม 1.1-1.2 ล้านบาทเท่านั้น เป็นการปรับขึ้นมากว่า 70% แต่ผู้ประกอบการในธุรกิจร้านอาหารไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นตามได้ทันที ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าต้องเข้าไปอยู่ในการบริหารจัดการแทน ทำให้ค่าไฟที่แพงขึ้นส่งผลกระทบทั้งต่อธุรกิจ ที่มีต้นทุนมากขึ้น รายได้น้อยลง กำไรลดลง รวมถึงกระทบกับผู้บริโภคในส่วนของการจ่ายเท่าเดิม แต่ปริมาณที่ได้รับลดลง หรืออาจต้องจ่ายแพงขึ้นด้วย
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า จากภาวะอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้ประชาชนยังเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมอย่างเซ็นทรัลเวิลด์หน้าร้อนนี้มีลูกค้าออกมาใช้บริการในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% จากภาวะปกติ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาที่ทางศูนย์จัดเทศกาลดนตรีระดับโลก และเป็นจุดเล่นน้ำใจกลางเมืองที่มีคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานกว่า 200,000 คน/วัน
แหล่งข่าวจากสมาคมค้าปลีก กล่าวถึงสถานการณ์อากาศร้อนและค่าไฟตามบ้านเรือนแพงขึ้นว่า จากการติดตามผู้ประกอบการ ได้รับการยืนยันว่า ยอดคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังเข้าใช้บริการในร้านค้าภายในศูนย์การค้า และในห้างสรรพสินค้าต่อเนื่อง แม้วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์เพิ่งผ่านไป โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์จะมีผู้บริโภคเข้าใช้บริการสูงตั้งแต่ช่วงสายของวัน หรือประมาณ 11.00 น.เป็นต้นไป จากเดิมมักเข้าห้างในช่วง 11.30-12.30 น. และอยู่ในห้าง ร้านค้า หรือศูนย์การค้า นานกว่าเดิม 30-40 นาที จากเดิมมักใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ก็เพิ่มเป็น 3-4 ชั่วโมง
“ยังไม่อาจประเมินรายได้ว่าเพิ่มหรือไม่ แค่ไหน กำลังดูว่าเข้าเพื่อหลบอากาศร้อน และใช้จ่ายเหมือนเดิม หรือใช้เวลานานขึ้น ก็ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งก็คาดหวังว่าจะมียอดขายดีกว่าช่วงปกติหลังหมดเทศกาลประมาณ 3-5% แต่แง่จำนวนเชื่อว่าเพิ่มเกิน 10% แน่นอน ด้วยปีนี้ร้อนแรงและร้อนนาน ด้วยหลายปีที่ผ่านมาก่อนสงกรานต์หรือหลังสงกรานต์จะมีฝนตกบ้างแล้ว แต่ปีนี้ยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งเป็นภาวะอบอ้าวไม่มีลม แม้เปิดพัดลมหรือแอร์แต่ก็เจอปัญหาค่าไฟแพงกว่าปกติ ทำให้ประชาชนหันเข้าร้านหรือห้างที่มีอากาศเย็นสบายกว่า” แหล่งข่าวกล่าว

