หน้าแรก เศรษฐกิจ บาทเปิดที่ 34...

บาทเปิดที่ 34.39 บาท/ดอลล์ จับตาฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติทำตลาดไทยป่วน

24.04.23 | 09:07 น.

บาทเปิดที่ 34.39 บาท/ดอลล์ จับตาฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติทำตลาดไทยป่วน


เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.39 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 34.00-34.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.25-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

โดยในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าใกล้โซน 34.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐและโฟลว์ซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการย่อตัวลงของเงินเหรียญสหรัฐ

“สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินเคลื่อนไหวผันผวนตามรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)”นายพูน กล่าว

Advertisement

นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ประเมินว่าค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบเดิม โดยปัจจัยกดดันฝั่งอ่อนค่าอาจมาจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ โฟลว์ธุรกรรมปลายเดือนของผู้นำเข้า และโฟลว์ซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว

ทั้งนี้ ความผันผวนอาจมาจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติซึ่งอาจยังไม่รีบกลับเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยได้ในระยะสั้น ในเชิงเทคนิคัล ต้องจับตาว่าเงินบาทจะสามารถทรงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน ที่ระดับ 34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ได้หรือไม่

ด้านเงินเหรียญสหรัฐมีโอกาสผันผวนสูง ซึ่งหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด หรือตลาดปิดรับความเสี่ยงจากรายงานผลประกอบการที่แย่กว่าคาดอาจหนุนการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐได้ แต่ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) โดยเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อาจแข็งค่าขึ้นได้ ถ้ามีการปรับนโยบายการเงินเซอร์ไพรส์ตลาด

เช่น ยกเลิกการทำ Yields Curve Control หรือ ขยับกรอบเป้าบอนด์ยีลด์ 10 ปี ญี่ปุ่น ให้สูงขึ้น หรือ ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าบีโอเจอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป (ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่มองว่าบีโอเจจะยังไม่ปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดหรือตึงตัวมากขึ้นในการประชุมครั้งนี้)

“สัปดาห์นี้ ควรเตรียมรับมือความผันผวนในตลาดการเงินในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุม BOJ พร้อมรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ (จีดีพีไตรมาส 1/2566 และ อัตราเงินเฟ้อ PCE) และรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ บริษัทเทคฯ ใหญ่ของสหรัฐ”นายพูน กล่าว

ทั้งนี้ ประเมินเศรษฐกิจฝั่งไทย โดยตลาดคาดว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอาจกดดันให้ ยอดการส่งออก เดือนมีนาคมอาจติดลบ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนสอดคล้องกับการปรับตัวลงแรงของดัชนีภาคการผลิต (PMI) เดือนมีนาคม อนึ่ง ยอดการนำเข้าก็อาจหดตัวราว 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามราคาสินค้าโดยเฉพาะสินค้าพลังงานที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ดุลการค้าอาจขาดดุลราว 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ