หน้าแรก เศรษฐกิจ ค่าไฟพุ่งทำต้...

ค่าไฟพุ่งทำต้นทุนร้านอาหารเด้ง ฉุดกำไรหดเหลือ 30%

25.04.23 | 05:34 น.

ค่าไฟพุ่งทำต้นทุนร้านอาหารเด้ง ฉุดกำไรหดเหลือ 30%

นางสาวประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด (ครัวชมทะเล) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าที่แพงมากในตอนนี้ ส่งผลกระทบกับธุรกิจร้านอาหารสูงมาก เพราะเป็นต้นทางของต้นทุนหลายด้านในภาพรวม อาทิ ธุรกิจร้านอาหาร มีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งในตู้เย็น ตู้แช่เย็น เพื่อเก็บรักษาวัตถุดิบให้คงคุณภาพนานที่สุด มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้บริการลูกค้า ซึ่งเหล่านี้ล้วนใช้ไฟฟ้าทั้งหมด รวมทั้งยังมีก๊าสหุงต้มที่ราคาปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีท่าทีว่าจะปรับลดลงด้วย โดยค่าไฟฟ้าเดือนล่าสุดปรับขึ้นมาเป็น 32,000 บาท จากเดิมอยู่ประมาณ 24,000-25,000 บาท โดยเดิมต้นทุนร้านอาหารจะอยู่ที่ 30% กำไร 60% แต่ตอนนี้สลับกันแล้ว ต้นทุนขึ้นมาที่ 60% ส่วนกำไรเหลือ 30% เท่านั้น

“ยกตัวอย่างค่าไฟบ้านที่พักอาศัยอยู่คนเดียว ปกติจ่ายค่าไฟเดือนละไม่กี่ร้อยบาท เดือนล่าสุดจ่ายไปหลักพันต้นๆ ซึ่งถือว่าปรับขึ้นมาสูงมากอย่างน่าตกใจ โดยตอนนี้เรายังไม่เห็นตัวไหนจะชะลอต้นทุนร้านอาหารได้แม้แต่น้อย บวกกับพอเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศที่ร้อนจัดก็ส่งผลต่อการเติบโตของสินค้าเกษตร จำพวกผักสด อาทิ ผักชีที่ราคากิโลกรัมอยู่ในหลักร้อยบาท ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นซ้ำแล้วซ้ำแล้ว” นางสาวประภัสสร กล่าว

นางสาวประภัสสร กล่าวว่า ในภาคของแรงงานนั้น ตอนนี้ธุรกิจร้านอาหารยังขาดแคลนแรงงานอยู่ โดยเฉพาะแรงงานที่มีฝีมือ ทั้งการบริการและงานทำครัว รวมถึงค่าจ้างแรงงานก็อยู่ในระดับสูงด้วย เพราะพื้นฐานไม่สอดคล้องกับศักยภาพของแรงงาน ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง เพราะหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเราไม่เห็นจะมีประเทศใด ที่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าจ้างแรงงานในระดับสูงเหมือนไทย ส่งผลกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขันระหว่างประเทศด้วย เพราะต้นทุนทั้งอย่างนี้ถือเป็นต้นทุนหลักที่ผนวกกันไปหมด

นางสาวประภัสสร กล่าวว่า เรื่องโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นภารกิจของผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าใครจะเข้ามาก็ตาม โดยอยากให้มองแบบครบองค์ประกอบ เพราะไม่ใช่เรื่องที่สามารถมองแค่ตัวใดตัวเดียวได้ อย่างตอนนี้พอค่าไฟปรับขึ้น เราก็เห็นต้นทุนอื่นๆ ปรับขึ้นตามด้วย ซึ่งถามว่าในความเป็นจริงเราจะนำสินค้าที่ผลิตได้ไปขายให้ใคร เพราะเมื่อต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาก็ต้องปรับขึ้นด้วย พอราคาแพงกว่าชาวบ้าน แต่รายได้ของคนส่วนใหญ่ยังไม่กลับมา หรือมีไม่มากขนาดนั้น แล้วเราจะขายให้ใคร แม้ความจริงคนมีเงินก็ยังพอมี แต่ก็เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เท่านั้น ทำให้ตอนนี้มีผลกระทบหลายอย่างมาก จึงอยากฝากให้รัฐบาลช่วยดูแลและมองให้รอบด้านด้วย เพราะหากประชาชนยังมองเห็นได้ ผู้ที่เป็นรัฐบาลก็ควรมองเห็นได้ลึกมากกว่านี้

“เดิมปีที่ผ่านมาช่วงการปรับขึ้นราคาสินค้าและวัตถุดิบสูงมากๆ ก็ว่ามีผลกระทบหนักมากแล้ว แต่มาตอนนี้ถือเป็นการเข้ามาสร้างผลกระทบซ้ำมากขึ้นอีก โดยการเลือกตั้งใหม่นี้ ก็อยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ให้คัดสรรผู้ที่มีองค์ความรู้เข้ามาช่วยแก้ไขและบริหารจัดการระบบแบบครบวงจร ไม่อยากให้แก้แค่ส่วนนี้แล้วไปกระทบส่วนนั้น แต่อยากให้แก้ไปพร้อมกัน จะช้าก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้ได้ศักยภาพมากกว่า” นางสาวประภัสสร กล่าว

Advertisement