หุ้นธนาคารเฟิสต์รีพับลิกร่วงแรง หลังเผยสูญเสียเงินฝาก 40% ในช่วงไตรมาสแรก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน ธนาคารเฟิสต์รีพับลิกของสหรัฐ เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า ธนาคารสูญเสียเงินฝากกว่า 40% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจภาคการธนาคารโลกระส่ำระส่ายอย่างหนัก นับตั้งแต่ที่สถาบันการเงินที่สำคัญหลายแห่งของโลก อาทิ ธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ (SVB) ธนาคารซิกเนเจอร์ และธนาคารเครดิตสวิส ต้องปิดตัวไปเมื่อเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ธนาคารเฟิสต์รีพับลิกกล่าวว่า สถานการณ์ของธนาคารกลับสู่เสถียรภาพแล้วนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ธนาคารเฟิสต์รีพับลิก ซึ่งประกาศใช้มาตรการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยงานรายงานว่า เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม ธนาคารมีจำนวนเงินฝากอยู่ที่ 1.045 แสนล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.5 ล้านล้านบาท ลดลงเกือบ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์จากยอดเมื่อตอนสิ้นปี 2022
“เงินฝากเริ่มที่จะมีเสถียรภาพในสัปดาห์ของวันที่ 27 มีนาคม และสามารถรักษาระดับความมั่นคงดังกล่าวจนถึงวันที่ 21 เมษายน” ธนาคารเฟิสต์รีพับลิกระบุ พร้อมเสริมว่า “เงินฝากรวม ณ วันที่ 21 เมษายนอยู่ที่ 1.027 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงเพียง 1.7 เปอร์เซ็นต์จากวันที่ 31 มีนาคม”
ภายหลังการรายงานผลประกอบการดังกล่าว ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากที่ธนาคาร SVB และธนาคารซิกเนเจอร์ล้ม หุ้นของธนาคารเฟิสต์รีพับลิกร่วงลงมากกว่า 20% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
ธนาคารยังกล่าวอีกว่า ในขั้นต้น สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจ่ายภาษีของผู้ฝากตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นทุกๆ เดือนเมษายน
ทั้งนี้ ธนาคารเฟิสต์รีพับลิกถือครองเงินฝากที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจำนวนมาก เช่นเดียวกับธนาคาร SVB ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดการแห่ถอนเงินได้
ขณะที่ธนาคารในภูมิภาคอื่นๆ ก็ได้รับแรงกดดันจากการล่มสลายของ SVB เช่นกัน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารขนาดกลาง เช่น Comerica และ KeyCorp ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มกำไรที่อ่อนตัวลง ในขณะที่ใช้มาตรการยกเลิกการจ่ายดอกเบี้ยเพื่อประกันเงินฝาก
ก่อนหน้านี้ ธนาคารเฟิสต์รีพับลิก ได้รับประโยชน์จากมาตรการฉุกเฉินจำนวนของหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ให้กู้รายอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับเงินอัดฉีดมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของสหรัฐซึ่งรวมถึง เจพี มอร์แกน ธนาคารแห่งอเมริกา และบริษัท ซิตี้ กรุ๊ป ที่ประกาศเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ในวันจันทร์ (24 เม.ย.) ธนาคารเฟิสต์รีพับลิก ประกาศมาตรการการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมถึงการปรับลดจำนวนพนักงานลง 20% ถึง 25% การลดขนาดพื้นที่สำนักงานของบริษัท และการลดค่าตอบแทนผู้บริหาร “อย่างมีนัยสำคัญ”
ธนาคารยัง “ดำเนินการตามมาตรการเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งให้เกิดความคืบหน้า ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของเงินทุนหมุนเวียนไปพร้อมๆ กัน” ธนาคารเฟิสต์รีพับลิกกล่าว

