หน้าแรก เศรษฐกิจ LEO ดึงพันธมิ...

LEO ดึงพันธมิตรจีน ร่วมถือหุ้น LSSC สัดส่วน 40% ลุยส่งออกผลไม้-ผลิตภัณฑ์เกษตรไทย บุกตลาดจีน

25.04.23 | 14:23 น.
Transportation and logistics of Container Cargo ship and Cargo plane. 3d rendering and illustration.

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ ประกาศผนึกกำลังบริษัท อภิศศิโฮลดิ้ง จำกัด ตัวแทนพันธมิตรประเทศจีน ร่วมลงทุนถือหุ้นบริษัท LEO Sourcing & Supply Chain (LSSC) สัดส่วน 40% เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจจัดหาผลไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยส่งออกไปจีน ขยับเป้ายอดขายปี 66 แตะ 300-400 ล้าน พร้อมจัดตั้งบริษัทย่อยในสิงคโปร์ รองรับธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ ประเดิมให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container) มั่นใจอนาคตเติบโตแบบก้าวกระโดด

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า บริษัท อภิศศิโฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนพันธมิตรของบริษัทฯในประเทศจีน ได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัท LEO Sourcing & Supply Chain (LSSC) สัดส่วน 40% เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจของทาง LSSC ในการจัดหาสินค้าประเภทผลไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยส่งออกไปยังประเทศจีนให้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ยอดขายของ LSSC ในปีนี้อยู่ในระดับ 300-400 ล้านบาท จากคาดการณ์เดิมจะสร้างยอดขายที่ 100 ล้านบาทภายใน 5 ปี

“ที่ผ่านมาทางพันธมิตรในประเทศจีนได้ทยอยแนะนำบริษัทผู้นำเข้าสินค้าประเภททุเรียนและมังคุดจากจีนมาให้ทาง LEO และมีการเซ็นสัญญาสั่งซื้อไปแล้ว มูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท และยังจะมีลูกค้ารายอื่นๆทยอยเข้ามาเจรจาและสั่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง” นายเกตติวิทย์ กล่าว

นายเกตติวิทย์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ LEO ยังได้จดทะเบียนบริษัท LEO Global Logistics (Singapore) เพื่อดำเนินธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อรองรับธุรกิจใหม่ที่จะมีการเซ็นสัญญากับลูกค้ารายหนึ่งภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งธุรกิจใหม่นี้จะเริ่มต้นด้วยการให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container) มีมูลค่าของสัญญาภายใน 3 ปีประมาณ 100 ล้านบาท โดยคาดว่าบริษัทฯ ที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ จะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจการให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1-2 เท่าตัวภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และยังมีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้อีกมหาศาล

Advertisement

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนจะยื่นขอการส่งเสริมการลงทุนธุรกิจจากทางรัฐบาลสิงค์โปร์ที่มีระบบ Tax Incentive Scheme ภายใต้ MSI – Shipping-related Support Services (MSI-SSS) Award ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ที่ลงทุนในด้าน Shipping related Support Services หลายประเภท ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวกับการลงทุน และการดำเนินธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ได้หลายรายการ

“LEO มองเห็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอยู่เสมอ จึงมองหาพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาช่วยต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งทั้งสองธุรกิจนี้ก็เป็นไปตามแผนงานในการพัฒนาธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics ของทาง LEO ที่ได้มีการประกาศแผนงานและเป้าหมายของปี 2566 และยังมีโครงการธุรกิจใหม่ๆ อื่นๆ อีกหลายโครงการ ที่กำลังจะมีข้อสรุปและจะได้ทยอยเปิดตัวภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า รวมถึงแผนงานของการ M&A ที่มีอยู่หลายโครงการ และทางบริษัทฯ จะพยายามสรุปให้ได้ภายในไม่เกินไตรมาส 2/2566 อย่างน้อยอีก 1-2 โครงการ เพื่อให้ทางบริษัทสามารถบันทึกรายได้เข้าบริษัทฯภายในไตรมาส 3 ของปีนี้” นายเกตติวิทย์ กล่าว