นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการทางด้านสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ร่วมกับหน่วยงานรัฐและสถาบันอุดมศึกษา รวม 9 แห่ง อาทิ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น
ทั้งนี้ จุดประสงค์ คือ 1.ร่วมกันศึกษา วิจัยและพัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์คุณสมบัติจำเพาะของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction : WMD) ซึ่งรวมถึงสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use Items : DUI)ในรูปแบบต่างๆ 2.การร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลทางเทคนิคด้านสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและ สินค้าที่ใช้ได้สองทาง จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาตรวจสอบ จำแนก อ้างอิงเทียบเคียงกับพิกัดอัตราศุลกากร และประเมินความเสี่ยงทางเทคนิค 3.ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ให้สามารถถ่ายทอดสู่บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และ 4.การร่วมกันเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจให้กับสังคมในการตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญของระบบการป้องกันการแพร่ขยายการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
นางอภิรดี กล่าวว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ด้านข้อมูลการค้าสินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ช่วง 6 เดือน ปี 2559 จำนวนผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องกับมีทั้งหมด 11,296 ราย มูลค่าการส่งออกสินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง คิดเป็น1.07 ล้านล้านบาท จำนวนรายการส่งออกสินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง 49,041 ไทยจะสามารถรักษาหรือช่วยขยายมูลค่าการส่งออกสินค้าที่เข้าข่ายได้ต่อไป หากมาตรการดังกล่าวถูกกำหนดให้เป็นมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช้ภาษี(เอ็นทีเอ็ม)ในอนาคต
ขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างการยกร่างพระราชบัญญัติการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อควบคุม บัญชีรายการสินค้าควบคุม หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการขออนุญาต และการรับรองตนเองกรณีสินค้าไม่เป็นสองทาง เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2561 นอกจากนี้ กำลังหารือสมาชิกในอาเซียนเพื่อให้ทุกประเทศได้ตระหนักในเรื่องนี้ และดำเนินการในทิศทางเดียวกัน
“ปัจจุบันสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอนุภาพทำลายล้างสูง และสินค้าที่ใช้ได้สองทาง เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ สามารถนำมาใช้ในอุปกรณ์กีฬา ได้แก่ ไม้เทนนิส ไม้กอล์ฟ ขณะเดียวกันยังสามารถนำมาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนขีปนาวุธได้ สารไตรเอทาโนลามีน ที่ใช้ในการทำสบู่ ผงซักฟอก และโลชั่น ก็สามารถนำไปใช้ทำสารพิษ หรือควันพิษที่ใช้ในการก่อการร้ายได้ รวมถึงน้ำมันละหุ่ง ใช้เป็นอาวุธชีวภาพ เป็นต้นนี้ ดังนั้น ที่ต้องตรวจสอบ หรือขออนุญาต ก่อนที่จะนำเข้า หรือส่งออก เพื่อป้องกันการค้าของประเทศไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ ” นางอภิรดี กล่าว

