นายศรัณย์ ผโลประการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส ไฟเบอร์ ได้ออกแบบและปรับโฉมแพคเกจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานเน็ตบ้านมิติใหม่ ที่เร็ว แรง และเสถียร เต็มสปีดทุกแพคเกจ ล่าสุด ได้เปิดตัว แพคเกจใหม่ 100/10 เมกะบิต ในราคา 1,100 บาท/เดือน สำหรับลูกค้าทั่วไป, ราคา 990 บาท/เดือน สำหรับลูกค้าเอไอเอส และเหลือเพียง 899 บาท/เดือน สำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ทั้งนี้ เอไอเอส ไฟเบอร์ ถือเป็นผู้ประกอบรายแรกและเป็นเพียงรายเดียวในตลาดที่ลดราคาค่าบริการอินเตอร์เน็ตบ้านที่มีความเร็ว 100 เมกะบิต
อย่างไรก็ตาม บริการ เอไอเอส ไฟเบอร์ ยังมาพร้อมความบันเทิงระดับพรีเมี่ยมจากกล่อง “เอไอเอส เพลย์บ็อกซ์” ให้ดูฟรี ทีวี ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ การ์ตูน กีฬา คอนเสิร์ต คาราโอเกะ พร้อมคอนเทนต์ฮอลลีวู้ดจาก HOOQ นาน 12 เดือน (มูลค่า 1,428 บาท) ด้วยความคมชัดระดับเอชดี พร้อมรับฟรี! อุปกรณ์ เราท์เตอร์ ที่ได้มาตรฐานและคุณภาพดีที่สุด เพื่อการกระจายสัญญาณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เต็มสปีดตามที่การันตีในแพ็กเกจ ซึ่งเหมาะกับครอบครัวยุคดิจิทัล ที่สมาชิกในบ้านชื่นชอบการเชื่อมต่อออนไลน์และโลกโซเชียล
นายศรัณย์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ ปี 2559 มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันตลาดรวมเน็ตบ้าน มีผู้ใช้งานอยู่ที่ 7 ล้านราย หรือคิดเป็น 32.9% เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอไอเอส ไฟเบอร์ ในฐานะผู้เล่นรายใหม่ ที่เปิดให้บริการเมื่อเดือน เมษายน 58 มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยไตรมาส 3 ปี 2559 มียอดการเติบโตของลูกค้าใหม่ (Sub Growth) พุ่งสูงสุดในตลาด ถึง 70% ภายในไตรมาสเดียว คาดสิ้นปีนี้ เอไอเอส ไฟเบอร์ มีลูกค้าราว 300,000 ราย ซึ่งจะส่งผลให้เอไอเอส ไฟเบอร์ คาดจะมีรายได้ราว 1,000 บาท
นายศรัณย์ กล่าวว่า สำหรับแผนงานของ เอไอเอส ไฟเบอร์ ในปี 2560 จะเน้นการปิดจุดบอดของโครงข่าย เอไอเอส ไฟเบอร์ ที่ไปถึงแล้ว 28 จังหวัด เป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่ที่โครงข่ายไปถึง ที่เห็นโฆษณาแล้วต้องการใช้ เอไอเอส ไฟเบอร์ สามารถติดตั้งใช้งานได้ โดยตั้งเป้ามีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นไตรมาสละ 100,000 ราย และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 4% เป็น 10% ในปี 2560

