หน้าแรก เศรษฐกิจ พินิจ เปิดสำน...

พินิจ เปิดสำนักงานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน ต้อนรับเกา อันหมิง รอง ปธ.ซีไอซีจี

25.04.23 | 19:14 น.

พินิจ เปิดสำนักงานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน ต้อนรับเกา อันหมิง รอง ปธ.ซีไอซีจี

เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์พร้อมคณะ ให้การต้อนรับนายเกา อันหมิง รองประธานสำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน (ซีไอซีจี) และคณะ ที่สำนักงานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องในโอกาสที่คณะของนายเกาเดินทางเยือนประเทศไทย โดยนายเกากล่าวขอขอบคุณ นายพินิจ และคณะ ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายพินิจกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่สันนิบาตพรรคคอมมิวนิสต์จีนครบ 100 ปี คนรุ่นใหม่ถ้าจะมีความร่วมมือกันอย่างลึกซึ้งและจริงใจจะต้องมีความเป็นพี่น้องกัน ซึ่งจะต้องมีความรู้จักและความเข้าใจกัน การจัดสัมมนาในหัวข้อ ‘จีนร่วมสมัยกับโลก การแลกเปลี่ยนระหว่างคนรุ่นใหม่ไทย-จีน’ ควรนำนักศึกษาไทย หรือคนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักประเทศจีนมาร่วมสัมมนาจึงจะประสบผลสำเร็จได้ดี นอกจากนั้นแล้วอยากให้มีการจัดสัมมนาในต่างจังหวัดเพื่อเข้าหาผู้ที่อยากร่วมมือหรืออยากรู้จักประเทศจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นๆ นอกจากกรุงเทพมหานคร พร้อมกับกล่าวชื่นชมซีไอซีจีว่าเป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ มีข้อมูลมาก และทำให้คนมีความเข้าใจกันมากขึ้น

นายเฉิน เวินเกอ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารเอเชียแปซิฟิก สำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน กล่าวว่าตนรู้สึกประทับใจที่นายพินิจทุ่มเทให้กับงานความสัมพันธ์ไทย-จีนมาโดยตลอด พร้อมกับให้ความร่วมมือและความสนใจกับซีไอซีจี และตนอยากมีความร่วมมือกับสภาวัฒนธรรมไทย-จีนให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผนงานเกี่ยวกับเยาวชน เพราะเยาวชนเป็นอนาคตของทั้งสองประเทศจึงควรทำให้เยาวชนของทั้งสองประเทศมีความเข้าใจและร่วมมือกันตามคำกล่าวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่กล่าวไว้ว่าต้องสร้างโชคชะตาร่วมกัน ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายอาจไม่ราบรื่นเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ทั้งไทยและจีนจะมีความร่วมมือมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เยาวชนของทั้งสองประเทศ

Advertisement

นายพินิจให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางเยือนประเทศไทยของนายเกาในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเชื่อมความร่วมมือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคนรุ่นใหม่ของไทย-จีนเพื่อหาความร่วมมือในยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหม และนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทางซึ่งปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 10 ปีของนโยบายดังกล่าว ประธานาธิบดีสีของจีนกล่าวสุนทรพจน์ในวันครบรอบ 100 ปีสันนิบาตพรรคคอมมิวนิสต์จีนเน้นย้ำว่าพลังของคนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการสานสัมพันธ์ความร่วมมือกับนานาชาติ ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมคนรุ่นใหม่ของทั้งไทย-จีนเข้าด้วยกัน ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่เรามีโครงการเฉพาะเป้าหมาย เพราะที่ผ่านมาคนรุ่นเก่าทำหน้าที่สร้างมิตรภาพเชื่อมโยงกับประเทศจีนมาโดยตลอด ทั้งด้านวัฒนธรรม การค้า และการลงทุน แต่บัดนี้คนรุ่นเก่าเริ่มลดน้อยลงไป จึงต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่ โดยหลังจากนี้จะมีความร่วมมือในลักษณะนี้ต่อเนื่องต่อไปอีกแน่นอน