หน้าแรก เศรษฐกิจ โฟลว์ธุรกรรมข...

โฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำพุ่ง ดันค่าบาทแข็งเล็กน้อย เปิดตลาดที่ 34.36 บาท

26.04.23 | 10:14 น.
แฟ้มภาพ

เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่า หลังโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำพุ่ง

เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 34.38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.20-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนอ่อนค่าลง ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ (อ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 34.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) ก่อนที่จะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นตามโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ บรรยากาศในตลาดการเงินที่อยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ประเมินว่าเงินบาทยังคงมีโอกาสเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจยังคงขายสุทธิหุ้นไทยต่อได้บ้าง (แต่คาดว่าแรงขายอาจไม่ได้รุนแรงมาก เพราะนักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นไทยไปไม่น้อยกว่า 6.3 หมื่นล้านบาทแล้วในปีนี้)

ขณะเดียวกันโฟลว์จ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติก็มีอยู่ ทำให้หากเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ในกรณีที่ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ เราประเมินว่าโซนแนวรับของเงินบาทก็จะยังคงอยู่ใกล้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน แถว 34.20-34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

Advertisement

ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณการรอจังหวะซื้อบอนด์ระยะสั้นของผู้เล่นต่างชาติในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้านแถว 34.40-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นการทยอยเพิ่มสถานะ Long THB หรือมองเงินบาทแข็งค่าขึ้น ของผู้เล่นต่างชาติบางส่วน ทำให้มองว่าแม้ค่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง แต่ก็จะยังไม่อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐที่ประเมินไว้ไปได้ไกล

แต่ควรติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด ว่าจะทำให้บรรยากาศในตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นหรือไม่ เพราะถ้าตลาดปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น เงินเหรียญสหรัฐก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อ ตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยได้ ซึ่งจุดที่ต้องจับตาของเงินเหรียญสหรัฐ คือ โซนแนวต้านสำคัญของดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ หรือ DXY แถว 102.5 จุด

“ในช่วงนี้ความผันผวนของตลาดการเงินยังอยู่ในระดับสูงทำให้เรามองว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายพูนระบุ

นายพูนกล่าวว่า ในฝั่งตลาดค่าเงิน แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะกลับมากังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐและคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มทยอยลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง แต่ทว่าบรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดได้หนุนให้เงินเหรียญสหรัฐพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในช่วงตลาดผันผวน ทำให้ล่าสุดดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 101.8 จุด

ทั้งนี้ สำหรับวันนี้เนื่องจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอาจมีไม่มากนักทำให้ผู้เล่นในตลาดจะให้ความสำคัญกับรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ในฝั่งสหรัฐ อย่าง Boeing และ Meta เป็นต้น