‘โรงหนัง-ยักษ์วัสดุ’ ร้องระงม ค่าไฟแพงหูฉี่ กัดฟันตรึงราคา ลั่นหากไม่ไหวขยับแน่!
เมื่อวันที่ 26 เมษายน นางสาวพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SF เปิดเผยว่า ด้วยภาวะที่สภาพอากาศที่ร้อนจัดในเดือนเมษายนนี้ ทำให้คนเข้ามาใช้บริการโรงภาพยนตร์สูงขึ้น และยังมีปัจจัยหลักคือคอนเทนต์หรือภาพยนตร์ที่เข้าฉายในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาถือว่าลูกค้าเข้ามาชมภาพยนตร์ค่อนข้างสูง จากภาพยนตร์ที่มีกระแสหลายเรื่องทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ
นางสาวพิมสิริกล่าวว่า สำหรับโรงภาพยนตร์ในเครือเอสเอฟ ได้จัดกิจกรรมทางการตลาดให้เหมาะสมกับช่วงหน้าร้อน คือแคมเปญ “SF x Coke เมษาดับร้อน ปรอทแตก” โดยจะอ้างอิงอุณหภูมิที่กรุงเทพฯ ในเวลา 13.00 น. จากกรมอุตุฯ หากวันไหนที่อากาศร้อนเกิน 35 องศาเซลเซียส ลูกค้าจะได้รับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 ที่นั่ง เมื่อซื้อเครื่องดื่ม 2 แก้ว ในราคา 99 บาท เป็นแคมเปญการตลาดที่ทำให้ลูกค้าติดตามและร่วมลุ้นอุณหภูมิทุกวันตลอดเดือนเมษายนนี้
นางสาวพิมสิริกล่าวว่า จากค่าไฟปัจจุบันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยอมรับว่าค่าไฟฟ้าของโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน สำหรับทางเอส เอฟมีนโยบายเรื่องการใช้พลังงานให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ โดยต้องไม่กระทบกับการให้บริการลูกค้า ที่สำคัญไม่มีนโยบายในการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งค่าไฟเป็นหนึ่งในต้นทุนด้านสาธารณูปโภคของธุรกิจโรงภาพยนตร์ เนื่องจากระบบไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ จำเป็นต่อการให้บริการลูกค้าเพื่อความสะดวกสบาย และความสุขในการชมภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอสเอฟให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าตรา “จระเข้” กล่าวว่าสถานการณ์ค่าไฟมีการปรับตัวสูงขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนับจากมีการปรับค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัทเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ต้นปี 2566 ค่าไฟเพิ่มขึ้น 300,000-400,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 700,000-800,000 บาทต่อเดือน มาอยู่ที่ 1.2 ล้านบาทต่อเดือน ไม่เคยเจอค่าไฟแพงขนาดนี้นับจากตั้งบริษัทมา 30 ปี ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาภาระบริษัทลงทุน 4 ล้านบาท ติดโซลาร์รูฟในเครื่องจักรเพิ่งจะทดสอบเฟสแรกเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หากเฟสแรกได้ผลจะขยายในเฟสต่อไปจะใช้เงินลงทุนอีก 20 ล้านบาท
“ตอนนี้ต้นทุนโดยรวมเริ่มนิ่ง โดยเฉพาะวัตถุดิบ ที่เป็นต้นทุนหลักในช่วงโควิดและเกิดสงครามที่ได้รับผลกระทบเรื่องการซัพพลายอยู่บ้างที่ต้องนำเข้าจากจีนและยุโรป ทำให้ราคาของวัตถุดิบเพิ่มขึ้นสูง และเราปรับราคาไปเมื่อปีที่แล้ว 5-10% ส่วนปีนี้ยังไม่มีนโยบายจะปรับราคาขึ้น แม้ค่าไฟแพงขึ้น ยังบริหารจัดการได้ เพราะไม่ใช่ต้นทุนหลัก ส่วนค่าน้ำที่จ่อจะปรับขึ้น ไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะกระบวนการผลิตใช้น้ำน้อย แต่กลัวน้ำมีไม่พอใช้มากกว่า” นายศุภพงษ์กล่าว
นายศุภพงษ์กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาค่าไฟแพง ทางรัฐบาลจะต้องไปดูว่าจะช่วยประชาชนและภาคธุรกิจอย่างไรบ้าง เช่น หากภาคธุรกิจมีการเปลี่ยนมาใช้พลังงานทางเลือกอื่น ไม่ว่าจะติดโซลาร์เซลล์ หรือโซลาร์รูฟ จะมีการลดหย่อนค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างไรได้บ้าง เพราะกว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี
นายวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเชีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์ “ทอสเท็ม” กล่าวว่า จากค่าไฟที่แพงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทมากพอสมควร ซึ่งรอบเดือนมีนาคมค่าไฟเพิ่มขึ้นจากปกติมากกว่า 10% เพราะใช้ไฟฟ้าในการชุบสี แต่ก็พยายามบริหารจัดการต้นทุนไม่ให้กระทบไปยังลูกค้า โดยสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า เชน อะลูมิเนียมที่นำมาหลอมทำสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้า
“ผลจากต้นทุนที่สูงขึ้นก็อาจจะต้องมีการพิจารณาอาจจะมีการปรับราคาขึ้น แต่จะพยายามไม่ให้กระทบลูกค้า แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยลูกค้าให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ คือ เรื่องของการดีไซน์ที่สามารถออกแบบให้อยู่ในงบประมาณได้” นายวิชากล่าว

