“ไทยพาณิชย์” จ่อคุยพันธมิตรปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม หลังแบกต้นทุนเอทีเอ็มสูง
วันที่ 27 เมษายน นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับการทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียม ยอมรับว่ามีการพูดคุยกับสมาชิกธนาคารภายใต้การกำกับสมาคมธนาคารไทย ซึ่งรายได้จากค่าธรรมเนียมของธนาคารลดลงต่อเนื่องบนเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้ธนาคารปรับตัว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวคิดการทำตู้เอทีเอ็มสีขาว (White Label ATM) ซึ่งธนาคารพยายามดูอยู่ แต่มองว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก
ซึ่งประเด็นนี้เป็นความท้าทายของธนาคาร เบื้องต้นมี 2 แนวทางในการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม คือ 1.ผลักดันให้ประชาชนใช้การทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลให้มากที่สุด ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการของธนาคารผ่าน SCB EASY APP มีจำนวนอยู่ที่ 14 ล้านราย โดยมุ่งหวังจะทำทางด้านนี้ก่อน
และ 2.บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่นั้น ธนาคารอาจจะร่วมเจรจากับพันธมิตรธนาคาร โดยจะทำงานร่วมกันเพื่อแชร์ต้นทุนร่วมกันและมีการเฉลี่ยเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการร่วมกันเป็นระบบเดียว ซึ่งดำเนินการโดยที่ไม่รอให้ครบทุกธนาคาร
นายกฤษณ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มที่จะกลับมาเก็บค่าธรรมเนียมมากขึ้น ก็ต้องดูว่าเป็นเรื่องอะไร และบนการเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารมีมูลค่าเพิ่มที่สร้างปัญหากับการทำธุรกรรมของลูกค้าหรือไม่ เพราะถ้าธนาคารมีต้นทุนการให้บริการที่มีเหตุผลและความเหมาะสมในการส่งถ่ายต้นทุนไปที่ลูกค้า แต่ถ้าการส่งผ่านค่าธรรมเนียมไม่มีความเหมาะสม ธนาคารอาจไม่พิจารณาเพิ่มการเก็บค่าธรรมเนียม
“ถ้าธนาคารขึ้นค่าธรรมเนียมแต่ลูกค้าไม่พร้อมก็ต้องอธิบายข้อมูล และสร้างความเข้าใจด้วยเหตุและผลที่แท้จริง เชื่อว่าลูกค้าจะเข้าใจ แต่ถ้าอธิบายไม่ได้ เพราะต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่มีการเก็บค่าธรรมเนียมน่าจะเป็นเรื่องลำบาก”นายกฤษณ์ กล่าว
นายกฤษณ์ กล่าวว่า สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมบริการในระดับต่ำกว่าค่าธรรมเนียม นั้น มองอย่างเป็นกลาง การเก็บค่าธรรมเนียมในหลายตัวยังมีความสอดคล้องกัน แต่ธนาคารต้องบริหารจัดการรายได้ของธุรกิจ ธนาคารจึงต้องหาบริการใหม่เพื่อสื่อสารกับลูกค้า กรณีที่มีบริการใหม่และลูกค้าอยากได้ความสะดวกสบายอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียม
โดยต้นทุนตู้เอทีเอ็มที่อาจทำให้ธนาคารกลับมาเก็บค่าธรรมเนียม นั้น จากโลกที่ค่อยๆ ขยับจากสังคมเงินสดเป็นดิจิทัลมากขึ้น แต่มีกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ใช้เงินสด บนโลกที่จะมีรอยต่อในลักษณะนี้ที่บางกลุ่มพร้อมใช้บริการ และมีกลุ่มที่ไม่พร้อมใช้บริการ จึงทำให้ธนาคารเก็บโครงสร้างเดิมไว้ ซึ่งยอมรับว่ามีต้นทุนสูง
ขณะเดียวกัน ต้นทุนผ่านเอทีเอ็มอาจจะเข้าเงื่อนไขที่มีทั้งต้นทุนการติดตั้งตู้เอทีเอ็มโดยเฉพาะ และต้นทุนเรื่องการติดตั้งระบบเพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้บริการตู้เอทีเอ็มของลูกค้า โดยที่ธนาคารต้องทำระบบป้องกันความเสี่ยงและอัปเดตระบบไม่ให้เกิดความเสี่ยงแฮกเกอร์จะเจาะระบบธนาคาร ซึ่งระบบความปลอดภัยมีค่าใช้จ่ายสูง
“ดังนั้น ต้นทุนดังกล่าวจะสูงกว่าจำนวนการใช้จริงของแต่ละธนาคาร ทำให้ต้นทุนธนาคารในการให้บริการสูงขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล”นายกฤษณ์ กล่าว

