หน้าแรก เศรษฐกิจ  ‘กกพ.’ เผยสา...

 ‘กกพ.’ เผยสาเหตุค่าไฟพุ่งแรง พร้อมแจงโครงสร้างต้นทุน แนะทางรอดในยุคนี้

28.04.23 | 08:00 น.

ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2566 ที่ผ่านมา หลายคนต้องเผชิญปัญหาค่าไฟฟ้าที่มีการปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนจำนวนมากมีคำถามไม่ต่างกันว่า ทำไมใช้ไฟฟ้าเท่าเดิม เครื่องใช้ไฟฟ้าเหมือนเดิม แต่ทำไมค่าไฟฟ้ากลับเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงอย่างเร่งด่วน

แม้ประชาชนจำนวนไม่น้อยจะรู้สึกว่าค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น แต่ในความเป็นจริง เห็นได้ว่า ทั้งภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างประสบปัญหาค่าไฟฟ้าแพงไม่ต่างกัน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จึงได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุของค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น โครงสร้างต้นทุนค่าไฟฟ้าไทย รวมถึงมอบแนวทางและข้อเสนอแนะในยุคที่ค่าไฟที่แพงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กกพ. เผยปัญหาต้นทุนเชื้อเพลิง คือสาเหตุหลักของค่าไฟแพงต่อเนื่อง

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ กกพ. กล่าวถึงประเด็นค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น มีสาเหตุมาจากก๊าซธรรมชาติสองส่วน โดยส่วนแรก คือ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยในช่วงต่อสัมปทาน ที่มีปริมาณลดลง 20-30% ส่วนที่สอง คือ ก๊าซนำเข้าจากต่างประเทศ หรือ LNG ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น ทั้งจากสงครามยูเครนรัสเซีย การตัดก๊าซที่รัสเซียส่งเข้าไปในยุโรป และความต้องการในฤดูหนาวของทางยุโรป ดังนั้น จึงต้องนำเข้า LNG ส่วนที่แพงเข้ามาทดแทนก๊าซต้นทุนต่ำจากอ่าวไทยที่ขาดหายไป

“กกพ. พิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่าไฟฟ้ามาตลอด ยืนยันว่าเชื้อเพลิงเป็นสาเหตุหลักของค่าไฟฟ้าแพง ส่วนต้นทุนอื่นที่วิจารณ์กัน โดยสัดส่วนไม่มีผลมากนัก อย่างเช่น ถ่านหินมีราคาปรับเพิ่มไม่มากนัก  รวมถึงค่าความพร้อมจ่ายที่ไม่ได้เพิ่ม และยังอยู่ระดับเดิม”

Advertisement

ความชัดเจนค่าไฟงวด 2 ทำไมประชาชนจ่ายแพงกว่าอุตสาหกรรม

สำหรับความชัดเจนของค่าไฟฟ้าในงวดที่ 2 ของปี 2566  (พ.ค.-ส.ค.) นายคมกฤช ชี้แจงว่า กกพ. ใช้สมมติฐานตัวเลขต้นทุนในปีก่อนหน้า (2565) เป็นการประมาณการต้นทุนในงวดถัดไป ตามประกาศคือ 4.77 บาทต่อหน่วย  ซึ่งเป็นอัตราเดียวกันทุกประเภท ยกเว้นในงวดที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย.) หากคิดอัตราเดียวจะอยู่ที่ 5.24 บาทต่อหน่วย แต่ทางรัฐบาลต้องการบรรเทาผลกระทบของประชาชน จึงออกนโยบายให้ กกพ. คิดก๊าซในอ่าวไทยที่มีราคาถูกให้ประชาชนเป็นอันดับแรก ทําให้ประชาชนได้อัตราเดิมก็คือ 4.72 บาทต่อหน่วย  และอุตสาหกรรมขึ้นไปเป็น 5.33 บาทต่อหน่วย

ในส่วนของค่าไฟสำหรับภาคครัวเรือนที่จะกลายเป็น 4.77 บาทต่อหน่วย กกพ.เปิดเผยโครงสร้างต้นทุนค่าไฟฟ้าทั้งหมด ดังนี้ ค่าเชื้อเพลิงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำ รวมทั้งก๊าซ ประมาณ 2.74 บาทต่อหน่วย, ค่าโรงไฟฟ้าเพื่อดำรงความมั่นคงของระบบ ประมาณ 0.76 บาทต่อหน่วย, ค่าต้นทุนระบบจำหน่าย ประมาณ 0.51 บาทต่อหน่วย, ค่าต้นทุนระบบส่งไฟฟ้า ประมาณ 0.24 บาทต่อหน่วย และค่าในส่วนนโยบายภาครัฐ ประมาณ 0.16 บาทต่อหน่วย  นอกจากนี้ยังต้องคืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อีกประมาณ 0.35 บาทต่อหน่วย

ส่วนข้อเสนอภาคเอกชนที่ต้องการให้มีการยืดการชำระหนี้ค่าเชื้อเพลิงของ กฟผ. ออกไป ก่อนอื่นต้องมองว่า กฟผ. มีภาระเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำเป็นต้องรักษาวินัยการเงินการคลังภาครัฐ ภาระหนี้สาธารณะ และผลกระทบต่อเครดิตของประเทศ ดังนั้น จึงต้องดำเนินการในส่วนนี้ เพื่อให้ภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ สามารถเดินหน้าต่อไปด้วยกันทั้งหมดได้

รัฐฯ ออกนโยบายโซลาร์เซลล์ หนุนค่าไฟประชาชนและเอกชน

หนึ่งในนโยบายของภาครัฐเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่า คือ สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ คนไม่ติดตั้งไม่เสียประโยชน์ และคนติดตั้งได้ประโยชน์ที่สามารถนำไปลดค่าใช้จ่ายได้ โดยประชาชนสามารถติดตั้งได้ในประเภทบ้านอยู่อาศัย หากมีไฟฟ้าส่วนเกิน ภาครัฐพร้อมรับซื้อส่วนเกินให้อีกด้วย แต่ต้องยึดหลักการในอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินต้องไม่ตกเป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้า ถือได้ว่าเป็นนโยบายที่ถูกออกแบบให้ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

ด้านภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ หากมีส่วนเกิน ภาครัฐรับซื้อในราคาต่ำกว่าตลาด และเป็นการรับซื้อเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากระบบมีค่าใช้จ่ายอยู่เท่าเดิม แต่หากนำส่วนนี้ไปเฉลี่ยเพื่อรับซื้อตามราคาท้องตลาด ส่วนที่เหลือภาครัฐต้องเป็นคนจ่าย  เพื่อให้อัตรารับซื้อไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรมไม่กระทบกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ภาครัฐเร่งแก้ไขเต็มที่ พร้อมแนะประชาชนประหยัดไฟเพิ่ม

จากสถานการณ์ที่เกิดผลกระทบในวงกว้าง กกพ. ได้ตระหนักถึงปัญหาและพยายามแก้ไขเรื่องไฟฟ้าแพงอย่างเต็มที่ ทั้งการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชน และการนำเข้า LNG เพื่อแก้วิกฤตขาดแคลนก๊าซจากอ่าวไทย รวมถึงการซื้อก๊าซ LNG ล่วงหน้าในช่วงที่ตลาดเปิด อีกทั้งในช่วงที่ LNG ราคาแพง ภาคประชาชนสามารถร่วมมือร่วมใจกันประหยัดการใช้ไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ที่สำคัญ กกพ. ยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการค่าไฟฟ้าอย่างเต็มที่ ผ่านนโยบายที่ออกแบบมาอย่างเท่าเทียม โดยดำเนินการภายใต้กรอบที่คำนึงถึงทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนและตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม นำไปสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานในอนาคต