กระเป๋าฟีบ! “ศูนย์วิจัยฯกสิกรไทย” เผยอากาศร้อนจัด ดันค่าใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งอีก 9%
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัด อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายครัวเรือนให้ปรับสูงขึ้นใน 3 หมวดหลัก ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยคาดว่าในปี 2566 ค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือนใน 3 หมวดนี้จะอยู่ที่ราว 9,666 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวราว 9.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
แม้ว่าครัวเรือนอาจจะจ่ายค่าไฟลดลงหลังผ่านหน้าร้อนไปแล้ว รวมถึงส่วนหนึ่งจากมาตรการบรรเทาผลกระทบของภาครัฐด้วย แต่ค่าอาหารซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า คาดว่าจะมีแนวโน้มยืนอยู่ในระดับสูงในช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังยืนสูง และการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงที่จะร้อนขึ้นอีกในปีข้างหน้า จึงอาจกระทบต่อค่าใช้จ่ายให้ปรับสูงขึ้นได้ในอนาคต
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นอาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเพิ่มเติมที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายครัวเรือนให้ปรับเพิ่มขึ้นใน 3 หมวดหลักๆ ได้แก่
1.ค่าไฟฟ้า จากการสำรวจพบว่าช่วงฤดูร้อนปี 2566 ค่าไฟของครัวเรือนต่อเดือนเฉลี่ยของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมืองเพิ่มขึ้นราว 30-50% เฉลี่ยช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.ในปีนี้จะอยู่ที่ราว 974-1,124 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนอื่นๆ ของปีที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 871 บาทต่อครัวเรือน
2.ค่าอาหาร พบว่ามักจะขยับสูงขึ้น จากผลของราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด กระทบผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงหรือเกิดการเน่าเสียได้ง่ายกว่าปกติ โดยราคาหมูเฉลี่ยพบว่าปรับเพิ่มขึ้นราว 2% เและราคาผักและผลไม้ที่ค่อนข้างแพงกว่าปกติในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค. โดยเฉพาะราคามะนาวที่ปรับเพิ่มกว่า 50% เมื่อเทียบกับราคาในช่วงเดือนอื่นๆ ของปี
3.ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ คาดว่ามีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากการใช้จ่ายเพื่อรักษาโรคที่มากับความร้อน เช่น โรคไมเกรน อาหารเป็นพิษ โรคทางผิวหนัง เป็นต้น รวมถึงกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายในหมวดนี้เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว กลุ่มเปราะบาง (เด็กและสตรีมีครรภ์) และกลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

