นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือด้านการเกษตรร่วมกับนายเบนจามิน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ว่าได้หารือถึงมาตรการปกป้องพิเศษ (เอสเอสจี ) สินค้าปศุสัตว์และโคนม ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย – นิวซีแลนด์ (TNZCEP) โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์ (มิลค์บอร์ด) มีมติเห็นชอบให้ปรับเพิ่มปริมาณการนำเข้าในแต่ละปี ในสินค้าที่มีมาตรการเอสเอสจี จำนวน 6 รายการ ตามที่ฝ่ายนิวซีแลนด์ร้องขอ ได้แก่ หางนม ไขมันเนย เนยแข็งสด เนยแข็งฝอย เนยแข็งผ่านกรรมวิธี และเนยแข็งอื่นๆ
นายธีรภัทรกล่าวว่า ทั้งนี้ ไทยจะต้องใช้เวลาเพื่อดำเนินการภายในทางกฎหมายในการปรับแก้เอกสารแนบท้ายของความตกลงTNZCEP และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนสำหรับการขยายเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าดังกล่าว ฝ่ายไทยได้เสนอโครงการความร่วมมือด้านปศุสัตว์ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาเทคโนโลยีแปลงปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตอาหารสัตว์ 2.โครงการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์โคนมไทย และ 3.โครงการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่เพื่อพัฒนาแนวคิดและการจัดการฟาร์ม นอกจากนี้ ไทยได้หารือเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยในนิวซีแลนด์ โดยขอให้นิวซีแลนด์เร่งรัดพิจารณาเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยที่คงค้าง โดยเฉพาะสินค้าเป็ดปรุงสุกของไทยซึ่งมีความก้าวหน้ามาก เพื่อให้สามารถเปิดตลาดได้ภายในไตรมาสแรกของ ปี 2560
สำหรับการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ นายธีรภัทรกล่าวว่า ปี 2558 มีมูลค่ารวม 19,360 ล้านบาท ไทยส่งออกมูลค่า 4,470 ล้านบาท ไทยนำเข้ามูลค่า 14,890 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทย ได้แก่ ปลาทูน่าปรุงแต่ง ข้าว อาหารสุนัขและแมว เบเกอรี่ และอาหารปรุงแต่งอื่น ๆ ขณะที่สินค้านำเข้าจากนิวซีแลนด์ 5 ลำดับแรก ได้แก่ นมและครีมอัดเม็ดไม่เติมน้ำตาล นมและครีมอัดเม็ดเติมน้ำตาล แอปเปิลสด ไขมันจากนม และบัตเตอร์มิลค์

