หน้าแรก เศรษฐกิจ ไม่รอด! &#821...

ไม่รอด! ‘เจพี มอร์แกน’ จ่อเทกโอเวอร์ ธนาคารเฟิร์สรีพับลิก หลังถูกยึดกิจการแล้ว

1.05.23 | 17:23 น.
FILE PHOTO (AP /Jeff Chiu)

ไม่รอด! ‘เจพี มอร์แกน’ จ่อเทกโอเวอร์ ธนาคารเฟิร์สรีพับลิก หลังถูกยึดกิจการแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน หน่วยงานกำกับดูแลด้านกฎระเบียบของสหรัฐกล่าวว่า ได้ทำการยึดธนาคารเฟิร์สรีพับลิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ธนาคารดังกล่าวประสบปัญหาด้านเสถียรภาพเมื่อช่วงต้นปีที่ธุรกิจภาคการธนาคารโลกระส่ำระส่ายอย่างหนัก นับเป็นการล้มลงของโดมิโนตัวที่ 3 ในภาคธนาคารของสหรัฐในรอบสองเดือน หลังจากที่ธนาคารซิลิคอนวัลเลย์และธนาคารซิกเนเจอร์ล่มสลายไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

หน่วยงานกำกับดูแลด้านกฎระเบียบของสหรัฐระบุผ่านแถลงการณ์อีกว่า สามารถบรรลุข้อตกลงในการขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของธนาคารดังกล่าว ให้กับบริษัท เจพี มอร์แกน โดยสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของสหรัฐรายนี้จะเข้ารับช่วงต่อเงินฝากทั้งหมด รวมถึงสินทรัพย์เกือบทั้งหมดของธนาคารเฟิร์สรีพับลิก

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับประเด็นดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เจพี มอร์แกน เป็นหนึ่งในผู้ซื้อที่สนใจเทกโอเวอร์ธนาคารเฟิร์สรีพับลิก รวมถึงธนาคารพีเอ็นซี ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป และธนาคารซิติเซน ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ที่ได้ร่วมเสนอราคารอบสุดท้ายในการประมูลซื้อกิจการธนาคารรายที่สามที่ล่มสลายนี้เมื่อวันที่ 29 เมษายน

หน่วยงานคุ้มครองทางการเงินและนวัตกรรมของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศเมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ (1 พ.ค.) ว่า ได้ทำการเข้ายึดกิจการธนาคารเฟิร์สรีพับลิก ขณะที่บรรษัทประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา (FDIC) ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์

Advertisement

FDIC ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายของกองทุนประกันเงินฝากจะอยู่ที่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.44 แสนล้านบาท และจะมีการกำหนดค่าใช้จ่ายโดยสรุปเมื่อ FDIC ยุติการเป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ พร้อมทั้งแถลงว่า ธนาคารเฟิร์สรีพับลิกมีสินทรัพย์รวมกว่า 2.29 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 13 เมษายน และมีมูลค่าเงินฝากอยู่ที่กว่า 1.03 แสนล้านดอลลาร์

เจมี ดิมอน ประธานและซีอีโอของเจพี มอร์แกน กล่าวว่า ความแข็งแกร่งทางการเงิน ศักยภาพ และรูปแบบทางธุรกิจของบริษัทช่วยให้พวกเราสามารถพัฒนาการประมูลเพื่อดำเนินการธุรกรรมในทิศทางที่ลดต้นทุนให้กับกองทุนประกันเงินฝากได้

ทั้งนี้ การช่วยเหลือดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน หลังจากธนาคารซิลิคอนวัลเลย์และธนาคารซิกเนเจอร์ล่มสลายจากการที่ผู้คนแห่ถอนเงินฝากจากธนาคารเหล่านี้จำนวนมหาศาล ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด อีกทั้งความล้มเหลวเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากธนาคารซิลเวอร์เกท ที่ดำเนินธุรกิจทางด้านสกุลเงินคริปโทเป็นหลัก ประกาศเลิกกิจการโดยสมัครใจ