หน้าแรก เศรษฐกิจ คต.เร่งอัพเกร...

คต.เร่งอัพเกรดกฎระเบียบ รองรับการค้ายุคใหม่ 8 กลุ่มสินค้าจ่อคิว ชงครม.คุมปริมาณนำเข้ากาแฟ

2.05.23 | 13:46 น.

คต.เร่งอัพเกรดกฎระเบียบ รองรับการค้ายุคใหม่ 8 กลุ่มสินค้าจ่อคิว ชงครม.คุมปริมาณนำเข้ากาแฟ

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย และพัฒนาให้กรมเป็นองค์กรนำนวัตกรรมสมัยใหม่ ขับเคลื่อนการค้าไทยสู่เวทีโลก กรมฯจึงดำเนินการปรับปรุงและยกเลิกกฎ ระเบียบที่ไม่จำเป็นของสินค้าที่กรมฯ กำกับดูแล รวม 18 รายการสินค้า โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ให้อำนาจในการกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า ส่งออก และนำผ่านสินค้า ซึ่งการปรับปรุงและยกเลิกกฎ ระเบียบที่ไม่จำเป็นนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการค้า ข้อตกลง และพันธกรณีระหว่างประเทศในปัจจุบัน ลดความซ้ำซ้อน และเพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่ดำเนินการยกเลิก/ปรับปรุงกฎ ระเบียบแล้ว ปี 2564-2565 มี 10 รายการสินค้า ได้แก่ 1.พัดลม หม้อหุงข้าว และหลอดไฟ 2. เครื่องพิมพ์สามมิติ 3. เครื่องจักรที่ใช้ในการละเมิดลิขสิทธิ์เทปเพลง วีดีโอเทป และแผ่นซีดี 4. เทวรูป ชิ้นส่วนของเทวรูป พระพุทธรูปและชิ้นส่วนของพระพุทธรูป 5. ปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิต 6.หอยมุกและผลิตภัณฑ์ 7. รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว  8.เหรียญตัวเปล่าโลหะ 9. เครื่องพิมพ์อินทาลโย และ10. สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

นายรณรงค์ กล่าวว่า กลุ่มสินค้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยกเลิก/ปรับปรุงกฎ ระเบียบ มี 8 รายการสินค้า ดังนี้ 1. เศษพลาสติก : ปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมความเห็นจากการประชาพิจารณ์ 2. ขยะอิเล็กทรอนิกส์ : ปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ระหว่างรอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการอนุสัญญาบาเซล 3. ทราย : ปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอ รมว. พิจารณาลงนาม  4.ไม้และผลิตภัณฑ์ :ปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอ รมว. พิจารณาลงนาม

5. ยางรถยนต์ใช้แล้ว : ปรับปรุงเพื่อยกเลิกขอบเขตสินค้าบางรายการที่ สมอ. กำหนดมาตรฐานแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาร่างประกาศ พณ. 6.  เครื่องยนต์ดีเซลใช้แล้วขนาดเล็ก : ยกเลิกเนื่องจาก สมอ. อยู่ระหว่างกำหนดให้เป็นสินค้าที่มี มอก.และคาดว่า สมอ. จะบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวปลายปี 2566 7.เครื่องทำน้ำอุ่นและน้ำร้อน : ยกเลิกเนื่องจาก สมอ. อยู่ระหว่างกำหนดให้เป็นสินค้าที่มี มอก. และคาดว่า สมอ. จะบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวปลายปี 2566 และ 8.ถ่านหิน : ยกเลิกเนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมมีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการจัดทำประชาพิจารณ์

Advertisement

สำหรับการทบทวนประกาศเกี่ยวกับการส่งออกกาแฟ  ล่าสุดวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา กรมได้เสนอ (ร่าง) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้กาแฟเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและมีหนังสือรับรองในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. … ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้สามารถส่งออกเมล็ดกาแฟคั่วที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบนำเข้าจากต่างประเทศ หรือที่ผสมกับเมล็ดกาแฟดิบในประเทศได้ จากเดิมสามารถส่งออกได้เฉพาะกาแฟที่ผลิตในประเทศ และผลิตภัณฑ์กาแฟที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบนำเข้าจากต่างประเทศ โดยการปรับปรุงกฎระเบียบนี้ จะเป็นการสร้างโอกาสในการขยายตลาดการส่งออกเมล็ดกาแฟคั่วของไทย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโรงคั่วของไทยพัฒนาคุณภาพการผลิตเมล็ดกาแฟคั่วให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกกาแฟของไทยได้ประมาณ 50 -100 ล้านบาท/ปี

รวมถึงทบทวน พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 ซึ่ง พ.ร.บ. ดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับ (1) มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping : AD) (2) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing : CVD) และ (3) มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti-Circumvention : AC) ซึ่งกรมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาด ในเดือนมกราคมปีนี้ ผลจากการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ และเสนอให้มีการปรับปรุงในบางประเด็น

อาทิ การกำหนดนิยามสินค้าชนิดเดียวกันให้ครอบคลุมถึงสินค้าที่ทดแทนกันได้ หรือหลักเกณฑ์และกระบวนการดำเนินงานภายใต้ พ.ร.บ. ดังกล่าว ควรพิจารณาบนพื้นฐานที่ไม่ก่อให้เกิดภาระจนเกินจำเป็น และไม่ให้นำมาตรา 28 (เกณฑ์ขั้นต่ำที่นำไปสู่การยกเว้นการใช้มาตรการ) มาบังคับใช้โดยอนุโลมในกรณีการทบทวนการบังคับใช้มาตรการตามมาตรา 56 (การทบทวนอัตราอากร) และ 57 (การทบทวนความจำเป็นที่จะบังคับใช้มาตรการต่อไป) เป็นต้น ทั้งนี้ กรมได้จัดส่งรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปด้วยแล้ว