หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.ท่องเที่ยวอ...

ก.ท่องเที่ยวอวดตัวเลขต่างชาติเที่ยวไทยสะสม 8.5 ล้านคน เงินสะพัด 3.5 แสนล้าน

2.05.23 | 15:12 น.

ก.ท่องเที่ยวอวดตัวเลขต่างชาติเที่ยวไทยสะสม 8.5 ล้านคน เงินสะพัด 3.5 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุถึงข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 พบว่า ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งสัปดาห์ (24-30 เมษายน 2566) มีจำนวนทั้งสิ้น 567,361 คน คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 81,052 คน ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมในเดือนเมษายน 2566 จำนวน 2,130,715 คน ส่งผลให้มีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 เมษายน 2566 มีจำนวนสะสมทั้งสิ้น 8,596,452 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 353,331 ล้านบาท

ประเมินการท่องเที่ยวภาพรวมเดือนเมษายน 2566 ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 พบว่า ยังคงมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากกว่า 2 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจากอาเซียน เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแอฟริกา มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นปรับตัวลดลงตามฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 567,361 คน มากกว่าที่คาดการณ์ในสัปดาห์ก่อนหน้า

5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ 1.มาเลเซีย 2.จีน 3.อินเดีย 4.เวียดนาม และ 5.เกาหลีใต้ คิดเป็น 53.3% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 43.51% รองลงมาได้แก่ นักท่องเที่ยวจีน 42% นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 19.44% นักท่องเที่ยวอินเดีย 15.60% และนักท่องเที่ยวมาเลเซีย 12.17% ทำให้ในภาพรวมสัปดาห์นี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้น 64,682 คน หรือคิดเป็น 12.87% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากช่วงวันหยุดยาววันแรงงานในจีน มาเลเซีย และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย เป็นการลดลงตามฤดูกาลท่องเที่ยว ทั้งนี้ สัปดาห์ถัดไป คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ประมาณ 520,000 คน โดยมีนักท่องเที่ยวอาเซียนและเอเชียตะวันออกเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก

ในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศของไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากช่วงวันหยุดวันแรงงานของนักท่องเที่ยวจีน ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ประกอบกับการประกาศลดราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียของซาอุดีอาระเบีย ที่อาจส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางลดลง รวมถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการเจรจายุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างประเทศอาจได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีสัญญาณการถดถอยทั้งฝั่งยุโรปและสหรัฐ ทั้งยังมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินจากการผลักดันเงินสกุลหยวนให้เป็นสกุลเงินหลักของโลกแทนดอลลาร์สหรัฐด้วย