วันที่ 15 ธันวาคม กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ประกอบด้วยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอส บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาเพื่อรับสัมปทานดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มูลค่า 53,490 ล้านบาท และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่า 51,810 ล้านบาท ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดแถลงข่าวความพร้อมเข้าดำเนินโครงการ
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บีทีเอส กล่าวว่า ในการดำเนินโครงการดังกล่าวบีทีเอส จะถือหุ้น 75% ซิโน-ไทย ถือหุ้น 15% และผลิตไฟฟ้าราชบุรี ถือหุ้น 10% โดยทั้ง 3 บริษัท มีจุดเด่น คือ ซิโน-ไทย ชำนาญการก่อสร้าง ผลิตไฟฟ้าราชบุรี ก็ชำนาญระบบไฟฟ้าต่างๆ ส่วนบีทีเอสก็จะเป็นเรื่องของการให้บริการเดินรถ ซึ่งตามสัญญาสัมปทานบริษัทจะต้องใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน หรือ 39 เดือน นับจากวันลงนาม และให้บริการเดินรถอีก 30 ปี เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จบริษัทจะมีรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้บริการรวม 3 สาย คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบัน รถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือ ระยะทาง 139 กิโลเมตร(กม.) มีผู้โดยสารใช้บริการรวมประมาณ 1.7-2 ล้านคนต่อวัน
“บริษัทจะเรียกรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย ในชื่อเดียวกัน คือ รถไฟฟ้าบีทีเอส โดยมั่นใจว่าจะมีผู้ใช้บิริการตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีประชาชนอาศัยอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าดังกล่าวจำนวนมาก โดยมีอาคารขนาดใหญ่ประมาณ 200 แห่ง และโรงแรมไม่ต่ำกว่า 200 แห่งเช่นเดียวกัน เฉพาะที่อิมแพคเมืองทองธานีเพียงแห่งเดียวก็มีคนอยู่อาศัยมากกว่าแสนคน ในแต่ละปีมีการจัดงานต่างๆ โดยมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 15 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งก็จะต้องใช้รถไฟฟ้าเพื่อความสะดวกด้วย ซึ่งไม่เกิน 4 ปี นับจากนี้คงได้ใช้บริการ”นายคีรี กล่าว

