หน้าแรก เศรษฐกิจ ม.เกษมบัณฑิต ...

ม.เกษมบัณฑิต บุกธุรกิจอสังหา ร่วมทุน ‘บริทาเนีย’ ผุดบ้านหรู 1.5 พันล้าน ย่านร่มเกล้า

2.05.23 | 18:10 น.

ม.เกษมบัณฑิต บุกธุรกิจอสังหา ร่วมทุน ‘บริทาเนีย’ ผุดบ้านหรู 1.5 พันล้าน ย่านร่มเกล้า

น่าจับตาไม่น้อย เมื่อบริษัท เกษมบัณฑิต จำกัด เจ้าของ ”มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต” ที่มี 2 วิทยาเขต ทั้งพัฒนาการและร่มเกล้า ปัจจุบันเปิดสอนระดับปริญญาตรี-โท-เอกกว่า 50 หลักสูตร มีนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติกว่า 10,000 คน เข้ามาบุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการร่วมทุนกับ บมจ.บริทาเนีย หรือ BRI เครือบมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาอสังหาครบวงจรมูลค่าแสนล้าน

ประเดิมพัฒนาโปรเจ็กต์แรก บนที่ดินกว่า 34 ไร่ ย่านถนนร่มเกล้า ปั้นโครงการบ้านเดี่ยว “แกรนด์ บริทาเนีย กรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท

สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ซีอีโอบมจ.บริทาเนีย กล่าวว่า หลังประกาศใช้โมเดลร่วมทุนกับแลนด์ลอร์ดมีที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรร่วมกัน เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ หลังจากที่บริษัทได้ประกาศโมเดลธุรกิจล่าสุดได้บรรลุขบริษัท เกษมบัณฑิต จำกัด เจ้าของที่ดินผืนศักยภาพฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออกตระกูลดัง “สุวรรณดี” ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกันพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรแบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย” เป็นบ้านเดี่ยว และบ้านซีรีส์ใหม่ 2 ชั้น ระดับไฮเอนด์ ราคา 10 ล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอย 205 – 285 ตารางเมตรจำนวน 128 ยูนิต คาดจะเปิดขายสิ้นปีนี้หรืออย่างช้าต้นปี 2567

สำหรับทำเลที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ที่เชื่อมกับถนนศรีนครินทร์—ร่มเกล้า และมอเตอร์เวย์ ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 8.5 กม. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ 10 กม. ใกล้โรงพยาบาลสิรินธร โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ร่มเกล้า โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง มีแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งบิ๊กซี ,เดอะพาซิโอ มอลล์ (The Paseo Mall)และโรบินสัน

Advertisement

ด้าน ดร.สุวัฒน์ สุวรรณดี ผู้บริหารใหญ่กลุ่มเกษมบัณฑิต กล่าวว่า บริษัทมองหาพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่ง มีความสามารถเพื่อร่วมกันสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันในอนาคต โดยบริทาเนีย เป็นบริษัทมีความมั่นคง มีศักยภาพ และประสบการณ์พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในทุกเซ็กเมนท์ บริษัทจึงมั่นใจและตัดสินใจร่วมทุนพัฒนาโครงการประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นครั้งแรก

ขณะที่ ดร.เสนีย์ สุวรรณดี ผู้บริหารใหญ่กลุ่มเกษมบัณฑิต กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาทางกลุ่มเคยอยู่ในธุรกิจการพัฒนาอสังหาฯมาก่อนที่จะผันตัวเองเข้าสู่วงการด้านการศึกษา ซึ่งความร่วมมือกับบริทาเนียนับเป็นครั้งแรกที่เราก้าวกระโดดมาเข้าร่วมทำธุรกิจอสังหาฯ ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ โดยมองว่าธุรกิจด้านอสังหาฯยังมีทิศทางการเติบโต และผู้บริโภคยังมีความต้องการที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง เพราะที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่

“การร่วมทุนในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ให้สูงขึ้น และยังเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้ประสบการณ์และองค์ความรู้ในด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่จากบริทาเนีย” ดร.เสนีย์กล่าวทิ้งท้าย