เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงานเสวนา “Thailand 5.0 ปฏิรูปภาษีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มีตัวแทน 6 พรรคเข้าร่วมดีเบต โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลยึด 4 หลักการจัดการภาษี คือ 1.ความเพียงพอของรายได้ 2.ประสิทธิภาพการ 3.ความเป็นธรรม 4.ความง่ายในการจัดเก็บ พรรคมีแนวคิดลดหย่อนภาษีจากการลดการปล่อยคาร์บอนอัตรา 1.5-2 เท่า ลดใช้ถุงพลาสติกด้วยการจัดเก็บภาษีเข้าสู่กองทุนสิ่งแวดล้อม เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากกำไรซื้อขายหลักทรัพย์ มุ่งเก็บรายใหญ่ บิ๊กล็อต ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปัญหาที่พบมากที่สุดคือหลบเลี่ยงจ่ายตามประเภทการใช้งาน อาทิ การปลูกกล้วยใจการเมือง วิธีแก้คือให้อำนาจท้องถิ่นกำหนดกฎเกณฑ์ จัดเก็บภาษีประเภทที่ดินสอดคล้องกับผังเมืองจริง

นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า พรรคมีแนวคิดอยากเปลี่ยนทุนผูกขาดเป็นทุนเผื่อแผ่ ไม่เน้นเรื่องการแจกเงิน ประชานิยม เน้นสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กลืมตาอ้าปากได้ นโยบายด้านภาษีของพรรคจะปรับโรงสร้างภาษีและหารายได้ตั้งเป้าไว้ 5 ล้านล้านบาท ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีมี 4 เรื่องใหญ่ 1.พลังงาน โครงสร้างต้นทุนทุกธุรกิจ 2.การเข้าถึงเงินทุน พรรคสู้ด้วยนโยบาย ยกเลิกแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร 3.ลดภาษีสำหรับกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่ถึง 4 หมื่นบาทต่อเดือน ตัดงบประมาณออกไปแค่ 6 พันล้านบาทต่อปี แต่เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนมหาศาล และ 4.ยกเลิกภาษีเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นเครื่องมือการทำธุรกิจแบบเสรี ส่วนเรื่องหาเงินนั้น พรรคเน้นกระจายฐานภาษี จัดเก็บอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ให้ซอฟต์แวร์การทำบัญชีฟรี
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัญหาภาษีประเทศไทยมี 2 เรื่องหลัก คือ ความไม่ทันสมัยของระบบภาษี และความไม่สอดคล้อง ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ แก้ไขกฎหมาย ให้กรมภาษีทั้ง กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร บูรณาการกัน ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทำดาต้าวัน บังคับให้ทุกหน่วยงานราชการ ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันร่วมกัน ทั้งนี้จากที่ทำวิจัยร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มาพบว่า มีกฎหมายภาษีกว่า 1,300 ฉบับ ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) งดบังคับใช้กฎหมายชั่วคราวไว้ก่อน ให้เกิดความคล่องตัว

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องภาษียึดโยงกับรายได้รัฐบาล อยากให้คิดให้ดีกับเรื่องของการปรับลดภาษี แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ คืออยากให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่าปัจจุบัน มีโอกาสจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ให้ท้องถิ่นมีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ช่วยให้ภาษีมีความธรรมมากขึ้น
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การหารายได้เพิ่มมาจากการเพิ่มภาษีนั้นไม่เป็นความจริง แต่ได้มาจากการที่ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือและเศรษฐกิจเติบโต สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผลักดันลดภาษีมาตลอด เพราะเชื่อว่าจะช่วยแข่งขันกับประเทศอื่นได้ เพราะภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเหตุผลหนึ่งที่ใช้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศนั้นๆ เพื่อเอกชนลงทุนมากขึ้น จะจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า การกำหนดนโยบายภาษีต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และมียุทธศาสตร์ระยะยาว อาทิ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจต้องทบทวนเรื่องฐานภาษี เพราะ 1.5 แสนบาทปัจจุบัน กับเมื่อสิบปีที่แล้วต่างกัน อาจจะต้องปรับใหม่ ด้านค่าลดหย่อนใช้มานานแล้วยังเหมาะกับปัจจุบันหรือไม่ ส่วนการหารายได้เพิ่มนั้น จำเป็นต้องขยายฐานภาษี มีคนอีกเยอะที่มีรายได้แต่ไม่อยู่ในระบบ ต้องศึกษาให้คนเข้ามาอยู่ระบบ เป็นความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี

