เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ใหม่ ปลั๊กอินไฮบริด 8.599 ล้าน
บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ The New Range Rover Sport (เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ใหม่) จำหน่ายในรุ่น Dynamic SE Plug-In Hybrid (ไดนามิก เอสอี ปลั๊กอิน ไฮบริด) 510PS ราคา 8,599,000 บาท พร้อม เรนจ์โรเวอร์ แคร์ นาน 5 ปี ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพ บริการบำรุงรักษาตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี
Range Rover Sport ออกแบบล้ำสมัยและความสะดวกสบายที่เชื่อมต่อถึงกัน ให้สมรรถนะการทำงานแบบไดนามิกขั้นสูงสุด ด้วยชุดระบบส่งกำลังที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพ P510e Plug-In Hybrid รูปแบบใหม่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในการขับขี่ที่มีสมรรถนะสูง ด้วยประสิทธิภาพของรถ EV ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ได้มากกว่า 100 กม. ของระยะทางการขับขี่ เครื่องยนต์เบนซิน Ingenium (อินจีเนียม 6 สูบ) 6 สูบ 3.0 ลิตร ของ Land Rover ผสมผสานเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังแรง 105kW และแบตเตอรี่ 38.2kWh ทำให้ได้กำลังขับทั้งระบบอยู่ที่ 510 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.4 วินาที ระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าสูงสุด 113 กม. และระยะการขับขี่จริงที่คาดไว้คือ 88 กม. เพียงพอสำหรับเจ้าของรถส่วนใหญ่ที่จะทำได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 18 กรัม/กม. สำหรับการเดินทางไกล ระบบจะส่งกำลังปลั๊กอินไฮบริดให้ระยะทางรวม 740 กม. ของการขับขี่ด้วยระบบเบนซินและไฟฟ้า

รูปลักษณ์ภายนอกหรูหรา แสดงให้เห็นถึงความเป็น Range Rover Sport ด้วยพื้นผิวที่ทรงพลัง รูปทรงและคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ใครก็สามารถจดจำได้ทันทีที่เห็น ด้วยระยะยื่นจากล้อที่สั้น บริเวณด้านหน้าดูโฉบเฉี่ยว และกระจกมีระดับความลาดเอียงของทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของรถ กระจังหน้าและชุดไฟ Digital LED (ดิจิทัล แอลอีดี) ดีไซน์ใหม่ ช่วยสร้างเอกลักษณ์ของ Daytime Running Light (เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลต์) ให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
องค์ประกอบสีตัวถังแบบแบ่งครึ่งตามแนวนอนที่ทำให้ตัวรถดูกว้างยิ่งขึ้น เสริมด้วยการใช้สีดำในการเพิ่มรายละเอียด ด้านหลังของรถสลักลายที่ประตูท้ายช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ กราฟิกไฟ LED ที่ไม่ขาดตอนสะท้อนให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยี LED เผยให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่มีความร่วมสมัยได้ชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน

ลายเส้นที่ดูสะอาดตาภายนอกตัวรถได้รับการเสริมรายละเอียดด้วยการเคลือบเงาเพื่อความงาม มือจับประตูออกแบบใหม่ให้ดูซ่อนเร้น มาพร้อมกับหลังคาเชื่อมด้วยเลเซอร์ เผยให้เห็นถึงรูปลักษณ์แม่นยำทางด้านเทคนิค และการผสมผสานรายละเอียดที่ซับซ้อน
เทคโนโลยีที่เอื้อต่อการออกแบบเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ประสิทธิภาพของระบบแอโรไดนามิกมีความยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น โดย Range Rover Sport โฉมใหม่นี้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอยู่ที่ระดับ 0.29 เท่านั้น
การตกแต่งภายในแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยเทคโนโลยี Range Rover Command Driving Position (เรนจ์ โรเวอร์ คอมมานด์ ไดรฟ์วิ่ง โพสิชั่น) เพื่อความสมดุลของความสง่างาม ห้องโดยสารดูเหมือนห้องนักบิน สร้างประสบการณ์ในการขับขี่แบบไดนามิกด้วยทัศนวิสัยที่ดี ขณะเดียวกันสร้างความท้าทายให้ผู้ขับขี่ด้วยคอนโซลกลางลาดเอียงในแนวสูงและเทคโนโลยีที่ทำให้ทุกการขับขี่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนต์ Pivi Pro หน้าจอสัมผัสแบบโค้ง และมีความละเอียดสูงขนาด 13.1 นิ้ว สามารถควบคุมทุกการใช้งาน ตั้งแต่การนำทางไปจนถึงการตั้งค่าสื่อและยานพาหนะ ระบบจะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดี เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่รอบรู้และใช้งานได้ง่าย ช่วยลดความจำเป็นที่ผู้ขับขี่จะต้องละสายตาจากถนน

ระบบ Cabin Air Purification Pro (เคบิน แอร์ เพียวริฟิเคชั่น โปร) รุ่นล่าสุดพร้อมสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ระบบนี้ผสมผสานคุณสมบัติในการกรองฝุ่น PM2.5 และเทคโนโลยี nanoeTM X (นาโน ทีเอ็มเอ็กซ์) เพื่อลดกลิ่นอับ แบคทีเรีย และสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ รวมไปถึงไวรัส SARS-CoV-23 อุปกรณ์ nanoeTM X ตัวที่สองได้รับการติดตั้งไว้ในบริเวณแถวที่สองเพื่อให้คุณภาพอากาศสม่ำเสมอทั่วทั้งห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นการจัดการคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ภายในห้องโดยสารก่อนการเดินทางหรือแม้ขณะขับรถ ทำให้มั่นใจได้ถึงการตื่นตัวเพิ่มมากขึ้นในทุกการขับขี่ และสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารทุกคน

พร้อมทั้งติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงรุ่นล่าสุดที่เรียกว่า Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) (แอดวานซ์ ไดรฟ์เวอร์ แอสซิสแทนส์ ซิสเต็ม) เน้นความปลอดภัยในการขับขี่ ระบบเบรกฉุกเฉิน กล้อง 3D รอบทิศทาง รวมถึงเซ็นเซอร์จอดรถด้านหน้าและด้านหลัง ระบบ Wade Sensing (เวด เซ็นซิ่ง) ระบบ ClearSight Ground View4 (เคลียร์ไซต์ กราวด์ วิว โฟร์) และไฟเลี้ยวที่มีระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติ ระบบตรวจสอบสภาพคนขับ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในเลน และระบบจดจำป้ายจราจร
Range Rover Sport โฉมใหม่นำเสนอเทคโนโลยีของแชสซีส์ยานยนต์ล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมา ความแข็งแกร่งของสถาปัตยกรรมโลหะผสมที่มีความยืดหยุ่น MLA-Flex (เอ็มแอลเอ เฟล็กซ์) ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการบิดได้สูงกว่า Range Rover Sport รุ่นก่อนหน้านี้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์
ระบบ Dynamic Response Pro (ไดนามิก เรสพอนส์ โปร) ทำงานควบคู่กับระบบ Dynamic Air Suspension (ไดนามิก แอร์ ซัสเพนชั่น) เจเนอเรชั่นล่าสุด ถือเป็นการเปิดตัวสปริงลมแบบปรับระดับได้เป็นครั้งแรก ให้การควบคุมการหมุนขั้นสูงสุดผ่านระบบควบคุมการหมุนด้วยพลังงานแอ๊กทีฟอิเล็กทรอนิกส์ 48 โวลต์ สามารถใช้แรงบิดได้สูงสุดถึง 1,400Nm ในแต่ละเพลา เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่อย่างมั่นใจ รวมไปถึงการควบคุมตัวถังและความนุ่มนวลในการเข้าโค้งที่เหนือระดับ
ระบบ Dynamic Air Suspension (ไดนามิก แอร์ ซัสเพนชั่น) ได้รับการติดตั้งใน Range Rover Sport ทุกคัน ระบบอัจฉริยะนี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบกันสะเทือน ระบบนี้ทำงานโดยการปรับแรงดันของกระบอกโช้กให้สอดคล้องกับพื้นผิวถนน และความลาดชัน เพื่อมอบความสะดวกสบายที่เป็นต้นแบบของ Range Rover
รถรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบตรวจสอบทิศทางของถนนข้างหน้า โดยใช้ระบบข้อมูลการนำทางที่เรียกว่า eHorizon (อีฮอไรซัน) เพื่อทำงานให้สอดคล้องกับระบบช่วงล่าง ที่ต้องปรับสภาพให้เป็นไปตามข้อมูลล่วงหน้าที่ได้รับจากระบบ หรือเมื่อต้องเข้าโค้งในระยะที่ใกล้เข้ามา
เทคโนโลยี Adaptive Dynamics (อแดพทีฟ ไดนามิก) ช่วยเพิ่มความสามารถแบบไดนามิกด้วยการควบคุมอย่างต่อเนื่องของระบบ Active Twin Valve Dampers (แอ๊กทีฟ ทวิน วาล์ว แดมเปอร์) เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นของร่างกายผู้ขับขี่
ระบบนี้ยังสามารถตรวจสอบปัจจัยภายนอกได้สูงถึง 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้การตอบสนองที่สมบูรณ์แบบและสอดคล้องกับเทคโนโลยีอื่นๆ ของแชสซีส์ อีกทั้งยังเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและลงตัว
ความคล่องตัวในการเข้าโค้งของ Range Rover Sport โฉมใหม่นี้ยังช่วยยกระดับการขับขี่ไปอีกขั้นด้วยระบบ All-Wheel Steering (ออลวีล สเตียริ่ง) ระบบ Torque Vectoring by Braking (ทอร์ค เวคเตอริ่ง บาย เบรกกิ้ง) และระบบ Electronic Active Differential (อิเล็กทรอนิกแอ๊กทีฟ ดิฟเฟอเรนเชียล) เป็นระบบบังคับเลี้ยวขั้นสูง
ระบบ All-Wheel Steering (ออลวีล สเตียริ่ง) ช่วยให้การบังคับเลี้ยวของล้อหลังทำมุมตรงกันข้ามกับล้อหน้า ได้สูงสุดถึง 7.3 องศา เพื่อลดวงเลี้ยวให้แคบลงในความเร็วต่ำและทำมุมขนานกับล้อหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งในช่วงเวลาที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง
ระบบนี้ทำให้ Range Rover Sport โฉมใหม่สามารถสร้างวงเลี้ยวได้เสมือนกับรถประเภทแฮตช์แบ๊ก และมีความคล่องตัวบนท้องถนนเสมือนรถยนต์ขนาดเล็ก
ระบบแชสซีส์ยานยนต์ที่ดีที่สุดของ Range Rover Sport โฉมใหม่นี้ยังรวมไว้ซึ่งระบบ Dynamic Response Pro (ไดนามิก เรสพอนส์โปร) ระบบ All-Wheel Steering (ออลวีล สเตียริ่ง) ระบบ Electronic Active Differential (อิเล็กทรอนิก แอ๊กทีฟ ดิฟเฟอเรนเชียล) และระบบ Torque Vectoring by Braking (ทอร์ค เวคเตอริ่ง บายเบรกกิ้ง) สร้างความประทับใจในการขับขี่ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนท้องถนนที่มีสภาพพื้นผิวปกติหรือบนเส้นทางแบบออฟโรดที่ยากลำบาก
ระบบ Terrain Response 2 (เทอร์เรน เรสพอนส์ ทู) ล่าสุดของ Land Rover ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่แบบออฟโรดโดยใช้วิธีการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุดเพื่อการขับขี่ในสภาพภูมิประเทศที่มีความแตกต่างได้อย่างชาญฉลาด ระบบ New Adaptive Off-Road Cruise Control (นิว อแดพทีฟ ออฟโรด ครุยส์ คอนโทรล) ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกกับ Range Rover Sport โฉมใหม่ ช่วยให้ผู้ขับขี่ท่องไปในสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยความยากลำบากได้อย่างราบรื่น และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบแม้สภาพพื้นผิวถนนจะมีความแตกต่าง
นับว่าเป็นรถเอสยูวีหรู พร้อมลุย ไปได้ทุกที่ มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยสไตล์เรนจ์โรเวอร์
นายพล

