หน้าแรก เศรษฐกิจ สนค.เผยช่วงเล...

สนค.เผยช่วงเลือกตั้งทำคนไทยสนใจการเมือง ดันดัชนีเชื่อมั่นพุ่งรอบ 4 ปี

5.05.23 | 06:48 น.

สนค.เผยช่วงเลือกตั้งทำคนไทยสนใจการเมือง ดันดัชนีเชื่อมั่นพุ่งรอบ 4 ปี ชี้นโยบายพรรคช่วยตอบโจทย์คนแต่ละกลุ่ม

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ในเดือนเมษายนปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.5 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และสูงสุดในรอบ 52 เดือน โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะภาค การท่องเที่ยว ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลง และบรรยากาศคึกคักในช่วงการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก หากพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นใน 9 ด้าน คือเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก มาตรการของรัฐ สังคม/ความมั่นคง การเมือง/การเลือกตั้ง ภัยพิบัติ/โรคระบาด ราคาสินค้าเกษตร ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอื่นๆ พบว่า ปัจจัยทางการเมืองและการเลือกตั้งมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากในเดือนมกราคม 2566 ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญปัจจัยทางการเมืองและการเลือกตั้งต่อความเชื่อมั่น เป็นอันดับที่ 7 จาก 9 ปัจจัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งปัจจัยด้านการเมืองส่งผลต่อความเชื่อมั่นปรับสูงขึ้น โดยอยู่ที่อันดับที่ 5 และอันดับที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ตามลำดับ และเดือนเมษายนมาอยู่อันดับที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการเลือกตั้งต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า การให้ความสำคัญด้านการเมืองและการเลือกตั้งของประชาชนกลุ่มต่างๆ
จากเดิมมีลักษณะกระจุกตัวเฉพาะกลุ่มในช่วงก่อนการเลือกตั้ง (มกราคม 2566) ไปสู่ทุกกลุ่มให้ความสำคัญการเมือง และการเลือกตั้งมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้การเลือกตั้ง และยังส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นด้วย สะท้อนถึง การคาดหวังในนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ ได้มีการหาเสียงไว้ ซึ่งคาดว่าจะตอบโจทย์ของคนในแต่ละกลุ่มอย่างครบถ้วน

Advertisement

ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวด้วยว่า ดังนั้น หากจะรักษาโมเมนตัมให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับช่วงเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว นโยบายต่างๆ ควรมีการดำเนินให้เป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว ซึ่ง สนค.จะได้ติดตามและสะท้อนความคาดหวังของประชาชนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อไป เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการส่งเสริมการดำเนินนโยบายภาครัฐที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการประชาชนอย่างตรงจุดให้มากที่สุด