คิดเห็นแชร์ : ‘โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 เคียงข้างชุมชนอย่างยั่งยืน’
สวัสดีครับท่านผู้อ่านคอลัมน์ “คิด เห็น แชร์” ในเดือนนี้ ผมอยากจะขออัพเดตความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาชาวประมงจากโครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1)
โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจ้างงานประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ได้ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ จึงจัดตั้งคณะกรรมการติดตามควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมในงานก่อสร้างขึ้น ประกอบด้วย ภาคประชาชน หน่วยงานราชการ หน่วยงานของโครงการ จำนวน 3 คณะ โดยกำหนดให้มีประชาชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด ได้แก่ 1.คณะกรรมการกำกับการติดตามตรวจสอบและการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 2.คณะกรรมการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมและมวลชนสัมพันธ์ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และ 3.คณะกรรมการมูลนิธิกองทุนหลักประกันความเสียหายฉุกเฉินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งกองทุนนั้น เพื่อติดตามความคืบหน้าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ขณะเดียวกันการจัดตั้ง 2 กองทุน คือ กองทุนหลักประกันความเสียหายฉุกเฉิน และกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายเยียวยาความเสียหายโดยเร็ว หากมีความเสียหายที่เกิดจากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 พัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บรรเทาความเสียหายในเบื้องต้นจากผลกระทบที่มีสาเหตุมาจากโครงการ
เราเข้าใจว่าชาวประมงทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องต้องการให้ภาครัฐพิจารณาดูแลชาวประมงพื้นบ้านระยองที่อาจได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ ดังนั้น สิ่งที่ กนอ.ยึดเป็นหลักในการดำเนินโครงการต่างๆ คือ เราให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชน สังคม อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีแนวทางปฏิบัติเพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ในส่วนของการเยียวยาผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนั้น กนอ.ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาไปแล้ว 790 ราย เป็นกลุ่มชาวประมงที่อยู่ในกรอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ กิจการหรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง หรือ EHIA จำนวน 382 ราย และอยู่นอกกรอบ EHIA จำนวน 408 ราย ขณะเดียวกันยังมีคำขอสมบูรณ์ที่พร้อมจ่ายเงินเยียวยาให้อีก 149 ราย รวมทั้งสิ้น 939 ราย มูลค่ารวม 93.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กนอ.ไม่เคยทอดทิ้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ
ปัจจุบันโครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดำเนินงานไปแล้วร้อยละ 43.06 ทั้งในส่วนของการก่อสร้างเขื่อนกันทราย (Revetment) ที่ลงหินแกนแล้วเสร็จ 100% กำลังอยู่ระหว่างปรับขนาดเสริมหินเกราะชั้นนอก และติดตั้งเขื่อนกันคลื่น (Breakwater) ถมทราย เพื่อก่อสร้างถนน สะพานเข้า-ออกโครงการ รวมทั้งเตรียมงานอู่ลอยสำหรับหล่อเขื่อนกันคลื่นสำเร็จรูป (Caisson) ขณะเดียวกันในส่วนของงานขุดลอกและถมทะเล มีการติดตั้งม่านกันตะกอน และตรวจวัดปริมาณสารแขวนลอย (SS) เป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง
โครงการก่อสร้างแบ่งการพัฒนาโครงการเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ งานขุดลอกและถมทะเล งานระบบสาธารณูปโภค งานอุปกรณ์เดินเรือ และการพัฒนาท่าเรือก๊าซบนพื้นที่ 200 ไร่ โดย กนอ.ได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการกับบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ระยะเวลาสัมปทานทั้งสิ้น 35 ปี โดยขณะนี้เป็นการดำเนินงานในช่วงที่ 2 กนอ.กำลังดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือ ติดตั้งอุปกรณ์ และการบริหารจัดการท่าเรือบริการสินค้าเหลวบนพื้นที่แปลง A บนเนื้อที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่าประมาณ 814 เมตร และพื้นที่แปลง C บนเนื้อที่ 150 ไร่ (มีเฉพาะพื้นที่หลังท่า) สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ และเมื่อท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เปิดให้บริการเต็มศักยภาพจะสามารถรองรับสินค้ากลุ่มน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว และสินค้าเหลว โดยคาดว่าปริมาณการขนส่งสินค้าเหลวจะเพิ่มขึ้นจาก 27 ล้านตันต่อปีเป็น 31 ล้านตันต่อปี ซึ่งเอกชนจะได้รับสิทธิพัฒนาพื้นที่แปลง A และแปลง C เป็นระยะเวลาแปลงละ 32 ปี
โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด ได้เข้าร่วมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบเหลวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเร่งด่วนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 19 ล้านตันต่อปี ใน 30 ปีข้างหน้า รวมถึงรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล็กครบวงจร อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี และการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการได้ในปี 2570
อย่างไรก็ตาม แม้หน่วยงานภาครัฐจะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แต่สิ่งที่เราจะไม่ละเลยอย่างเด็ดขาดคือ คุณภาพชีวิตประชาชน และการรักษาสมดุลทางสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อุตสาหกรรมเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
ดร.วีริศ อัมระปาล
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

