กรอ. เตรึยมสั่ง 14 ผู้นำเข้าไซยาไนด์แจ้งข้อมูลลูกค้าทั้งโรงงาน-ค้าปลีกเพื่อลงทะเบียนการใช้ทั้งระบบ พบใช้ผิดกม.ห้ามนำเข้าอีก
นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรมโรงงานฯ ได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงแนวทางการควบคุมใช้โซเดียมไซยาไนด์ และโพแทสเซียมไซยาไนด์ ทั้งระบบ ใน 3 กลุ่ม คือ โรงงาน ผู้ใช้รายย่อย(โดยเฉพาะร้านทอง) และร้านค้าปลีก ว่านำสารดังกล่าวทำไปอะไร ซึ่งปัจจุบันไทยไม่มีการผลิตแต่มีผู้นำเข้า 14 ราย ที่ขายให้กับ 3 กลุ่ม โดยมาตรการควบคุมที่เข้มข้นหลังจากนี้กรมฯจะเชิญผู้นำเข้า 14 รายมากำหนดเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตบันทึกปริมาณการขายในแต่ละกลุ่ม และทั้งกลุ่มจะต้องรายงานว่าใช้ทำอะไร ปริมาณเท่าไหร่ โดยเฉพาะร้านปลีกจะได้บันทึกข้อมูลลูกค้าว่าเป็นใคร ซื้อเท่าไหร่ และนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยผู้นำเข้าจะต้องส่งข้อมูลนี้ให้กรมฯ เพื่อกรมฯจะส่งข้อมูลให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้การรายงานข้อมูลต้องแจ้งทุก 3 เดือน หากพบว่าข้อมูลผิดปกติจะระดับการนำเข้าของรายนั้นๆ ทันที
“ต่อไปโรงงาน ผู้ใช้รายย่อย และร้านค้าปลีกทุกราย ที่จำหน่ายสารโซเดียมไซยาไนด์ โพแทสเซียมไซยาไนด์ ให้ผู้ซื้อรายย่อย ต้องลงทะเบียนคล้ายกับซื้อซิมโทรศัพท์มือถือ ให้ระบุว่า นำไปใช้เพื่ออะไร อาทิ นำไปในร้านชุบเงินชุบทอง หรือใช้ในห้องแล็บ การกำหนดเงื่อนไขนี้จะเริ่มใช้ภายในสัปดาห์หน้า”นายจุลพงษ์กล่าว
นายจุลพงษ์ กล่าวว่า กฎหมายตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย กำหนดให้การผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานฯ หากกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปัจจุบันไม่มีการผลิต แต่มีการนำเข้า 14 ราย กรณีขายโรงงานไม่ต้องขออนุญาตแต่หากใช้เกิน 100 กิโลกรัม(กก.) ภายใน 6 เดือนต้องแจ้งขออนุญาตจากกรมฯ เช่นเดียวกับผู้ใช้รายย่อยไม่ต้องอนุญาตเช่นกัน ส่วนร้านค้าปลีกหากครอบครองไม่ถึง 1,000 กก.หรือ 1 ตัน ไม่ต้องขออนุญาตเช่นกัน แต่หลังจากนี้จะใช้มาตรการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางคือการนำเข้า เพื่อควบคุมและตรวจสอบการใช้ทั้งระบบ
นายจุลพงษ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการควบคุมการขายผ่านช่องทางออนไลน์นั้น กรมฯ ได้หารือเบื้องต้นกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคแล้วว่าจะขอความร่วมมือแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่นำสารไซยาไนด์ ไปขายบนช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นสารอันตราย ไม่ควรหาซื้อง่าย

