อธ.กรมท่องเที่ยวเผยตั้งแต่ต้นปี 66 ปิดบริษัททัวร์แล้ว 10 ราย จ่อเชือดเพิ่มอีก

อธ.กรมท่องเที่ยวเผยตั้งแต่ต้นปี 66 ปิดบริษัททัวร์แล้ว 10 ราย จ่อเชือดเพิ่มอีก

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวรายย่อย (รีเทล) ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนและประชุมหารือกับกรมการท่องเที่ยว เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัททัวร์รายใหญ่ (โฮลเซล) ซึ่งไม่ดำเนินการตามรายการนำเที่ยวที่เสนอขายแพคเกจทัวร์ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับบริษัททัวร์รายย่อยและนักท่องเที่ยวกว่า 14 ล้านบาท นำไปสู่การเข้าตรวจสอบสถานประกอบการของบริษัทที่ก่อให้เกิดความเสียหายโดยนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ก่อนออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของบริษัททัวร์รายดังกล่าว โดยหากนับตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน มีการปิดบริษัททัวร์ไปแล้วกว่า 10 ราย

“ที่ผ่านมามีบริษัทที่ถูกปิดไป หากไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ทั้ง 2 ฉบับ อาทิ มีการทิ้งลูกทัวร์ ไม่ปฏิบัติตามโปรแกรมที่ขาย หรือฝ่าฝืนคำสั่งของนายทะเบียน ถูกเอาผิดและสั่งเพิกถอนใบอนุญาตทั้งหมด เพราะถือว่าสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวว่า บริษัทที่ถูกสั่งเพิกถอนใบไปนั้น เป็นรายเดียวกันแต่เปิดบริษัททัวร์นำเที่ยวกว่า 5 บริษัทขึ้นมา ขณะนี้พบว่าใน 5 บริษัทนั้นมีการสร้างความเสียหาย 2 บริษัท อีก 1 บริษัทก็มีผู้ประกอบการรีเทลเข้ามาร้องเรียนถึงการทำธุรกิจที่กรมเช่นกัน ทำให้ดำเนินการสั่งปิดไปแล้ว 3 บริษัท และอยู่ระหว่างปิดอีก 2 บริษัท ที่มีรายชื่อผู้ถือหุ้นเป็นชื่อเดียวกัน ทำให้เมื่อสั่งเพิกถอนบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็ต้องถอนบริษัทที่เหลืออยู่ด้วย เพราะถือเป็นหุ้นส่วนเดียวกัน โดยบริษัททัวร์ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว จะมีผลให้กรรมการผู้จัดการบริษัทไม่สามารถประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้อีกเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ในการคุ้มครองนักท่องเที่ยวให้ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับความคุ้มค่าจากรายการนำเที่ยวในราคาที่เป็นธรรม และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเป็นสำคัญ

นายจาตุรนต์กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญญาดังกล่าวอย่างยั่งยืนนั้น ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงื่อนไขทางธุรกิจ อาทิ บริษัทบางรายขาดสภาพคล่อง แต่จะต้องหามาตรการที่ป้องกันความเสียหายให้ได้มากและรวดเร็วที่สุด รวมถึงการหาทางเอาความผิดกับโฮลเซลรายใหญ่ได้ด้วย เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการเอาผิดทางกฎหมาย มักเป็นรีเทลรายย่อยเท่านั้น ส่วนโฮลเซลจะไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อกับโฮลเซลโดยตรง ทำให้ต้องหาวิธีลดช่องว่างตรงนี้ อาทิ การวางหลักประกันของโฮลเซลที่สูงกว่ารีเทล การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างโฮลเทลและรีเทล เพื่อให้หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น จะสามารถเอาผิดโฮลเซลได้ด้วย ไม่เช่นนั้นโฮลเซลจะลอยตัว

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image