แบงก์เข้มอาชีพอิสระ-เศรษฐีใหม่กู้ซื้อบ้าน‘อสังหา’เร่งพลิกเกมช่วย’แสนสิริ’ลุยบ้านราคาแพง

แบงก์เข้มอาชีพอิสระ-เศรษฐีใหม่กู้ซื้อบ้าน ‘อสังหา’ เร่งพลิกเกมช่วย ‘แสนสิริ’ ลุยบ้านราคาแพง เชียร์นโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

วันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง ธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน รวมถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(LTV) ทำให้กู้ได้ไม่เต็ม 100% ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ประสบปัญหาลูกค้าถูกปฎิเสธสินเชื่อในการกู้ซื้อบ้านหรือรีเจคชั่น เรท สูงขึ้นถึง 50% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าระดับกลาง-ล่าง ตั้งแต่ 1-2 ล้านบาทและ3-5 ล้านบาท ทำให้ต้องหาช่องทางช่วยลูกค้าให้กู้ผ่านและสามารถซื้อบ้าน

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ว่า ปัจจุบันบริษัทยังมีปัญหาลูกค้ากู้สินเชื่อไม่ผ่านอยู่มากพอสมควร แต่ไม่มากเหมือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จอยู่ในทำเลถนนรามอินทราและถนนเจริญราษฎร์ ราคา 2.5-3.5 ล้านบาท อยู่ที่ 30% และคอนโดมิเนียมในโซนสุขุมวิท ราคา 5-10 ล้าน อยู่ที่ 20% ขณะนี้บริษัทได้ช่วยลูกค้าแก้ปัญหาด้วยการติดต่อธนาคาร 5 แห่งช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้า เช่น ช่วยปิดหนี้ระยะสั้นบัตรเครดิต วงเงินประมาณ 300,000-500,000 บาท

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดกู้ไม่ผ่านของพฤกษาปัจจุบันยังแต่ไม่สูงเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากได้ให้ลูกค้าทำพรีแอพพรู๊ฟก่อน โดยยื่นประเมินสินเชื่อบ้านในเบื้องต้น เพื่อตรวจสอบสถานภาพทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ จึงทำให้ยอดถูกปฎเสธสินเชื่อไม่ผ่านลดลง แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 40% ทาวน์เฮ้าส์กว่า 10% เป็นกลุ่มระดับล่าง ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านมีรายได้ประมาณ 10,000-50,000 บาทต่อเดือน

Advertisement

“บริษัทแก้ปัญหาโดยในส่วนของคอนโดพร้อมอยู่ ในช่วงแรกให้ลูกค่าผ่อนต่ำ 2 ปี โดยเราร่วมกับแบงก์ที่ปล่อยกู้รับภาระอัตราดอกเบี้ยและลดราคาบางส่วนให้ด้วย รวมถึงหาผู้กู้ร่วม และช่วยปรับสุขภาพการเงินให้ลูกค้า เช่น เคลียร์หนี้บัตรเครดิต ซึ่งพฤกษามีทีมเข้าไปช่วยดูปัญหาให้ว่าจะต้องหาผู้กู้ร่วมหรือจะต้องปิดหนี้ ก่อนหน้านี้เราเคยนำคอนโดมาทำโปรแกรมเช่าซื้อ แต่ไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากนัก”นายปิยะกล่าว

นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทมียอดกู้ไม่ผ่านประมาณ 40-50% เป็นโครงการแนวราบกลุ่มราคา 2-5 ล้านบาท และเป็นกลุ่มอาชีพอิสระ เช่น ขายสินค้าออนไลน์ ยูทูปเบอร์ และเศรษฐีใหม่ ซึ่งจะถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารสูง เพราะไม่มีระบบภาษีและกิจการมารองรับ และในช่วงโควิด-19 มีลูกค้าหลายรายประสบปัญหาภาระหนี้สินจึงกู้ไม่ผ่าน

นายณัฏฐพรกล่าวว่า ในปี 2566 บริษัทจะมุ่งช่วยลูกค้ากลุ่มที่กู้ไม่ผ่าน จะร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) มาช่วยเคลียร์หนี้ สร้างประวัติทางการเงินให้ลูกค้าที่ดีขึ้น เช่น หนี้บัตรเครดิตปิดหนี้ใน 4-6 เดือน เมื่อฐานะการเงินดีขึ้นก็ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารได้ อีกทั้งจะตั้งกองทุนมาช่วยช่วยเหลือ ปรับวิธีการจากให้ลูกค้าทำสัญญาจะซื้อจะขายปกติเป็นเช่าซื้อกับกองทุนแทน โดยให้เช่าอยู่ไปก่อนระหว่างที่เคลียร์หนึ้ เมื่อสถานะการเงินดีแล้วถึงเปลี่ยนเป็นกู้ซื้อตามปกติ

น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลจากสถาบันการเงินคุมเข้มปล่อยสินเชื่อ ทำให้ผู้อยากซื้อบ้านขอสินเชื่อยากขึ้น มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคา 1-2 ล้านบาทและราคา 3-5 ล้านบาท สูงถึงกว่า 50% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้จากเงินเดือนประจำ ซึ่งมีภาระหนี้สินอื่นๆอยู่แล้ว อาทิ ภาระผ่อนรถยนต์ หนี้บัตรเครดิต ล่าสุดเสนามีธุรกิจ“เงินสดใจดี” เป็นทางเลือกให้ลูกค้า ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2566 แสนสิริมียอดลูกค้ากู้ไม่ผ่านกว่า 10% ลดลงจากปี 2565 มียอดอยู่ที่ 20% ส่วนใหญ่เป็นโครงการทาวน์โฮมระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพราะมีการทำพรีแอพพรู๊ฟก่อน จึงทำให้ยอดลดกู้ไม่ผ่านลดลง รวมถึงแสนสิริปรับกุลยุทธ์หันไปทำตลาดบ้านระดับบนมากขึ้น เลยลดปัญหาเรื่องรีเจคชั่นเรทได้ เนื่องจากธนาคารจะประเมินจากรายได้ลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มบ้านแพงจะเป็นกลุ่มมีกำลังซื้ออยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก และลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านจะมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน เป็นคนทำงาน อาชีพค้าขาย เป็นต้น

นายอุทัยยังกล่าวถึงนโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ 20 บาทตลอดสายว่า เป็นนโยบายที่ดี เพราะทำให้ประชาชนที่มีรายได้ไม่สูงสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้ รวมถึงยังเป็นการช่วยการกระจายการเติบโตของเมืองไปสู่ชานเมืองมากขึ้น เพราะเมื่อค่าเดินทางถูกลง ทำให้คนที่ซื้อบ้านอยู่ในจังหวัดปริมณฑล เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร แต่ต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้ นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลใหม่ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ขอให้เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็วและทำได้จริงอย่างที่หาเสียงไว้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image