หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจชี้ถึงเ...

ธุรกิจชี้ถึงเวลา ‘ฉีดยาเข้าเส้นเลือด’ กระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านอัดเงินก้อนโตตรงเข้ากระเป๋า ปชช.

7.05.23 | 12:43 น.

ธุรกิจชี้ถึงเวลา ‘ฉีดยาเข้าเส้นเลือด’ กระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านอัดเงินก้อนโตตรงเข้ากระเป๋า ปชช.

นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ ประธานกิตติมศักดิ์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทย เปิดเผยว่า จากหลากหลายปัจจัยลบและปัญหาที่ธุรกิจและประชาชนประสบกันในช่วงนี้ เห็นด้วยกับพรรคการเมืองที่จะเติมเงินเข้าระบบการค้า การบริโภค และเศรษฐกิจ ผ่านการใช้วงเงินที่สูง อย่าง 10,000 บาทต่อราย เพราะในตอนนี้การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยต้องฉีดยาเข้าเส้นเลือด ยาต้องแรงพอ จึงจะช่วยการฟื้นตัวเศรษฐกิจโดยเร็ว

“ธุรกิจเราเห็นด้วยที่ต้องมีรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่ออนุมัติเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริโภค เพราะคนไทยเมื่อเห็นว่ามีอนาคตและมีโอกาสหารายได้ รายย่อยที่มีจำนวนมากและอยู่ทั่วประเทศ หากได้รับการช่วยเหลือเร็วเท่าไหร่เศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นเร็วเท่านั้น” นายจิรบูลย์กล่าว

นายจิรบูลย์กล่าวต่อว่า สำหรับสินค้าของขวัญของชำร่วยจะถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น แต่ก็จะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีซัพพลายเชนที่หลากหลายและส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีเป็นรายย่อย ครอบคลุมหลายแสนคนที่เกี่ยวข้องและต้องพึ่งพาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในวันนี้ต้องพึ่งพาภาคท่องเที่ยว ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เจอวิกฤตจากโควิดระบาด ปิดประเทศ ส่งออกไม่ได้มาก และทุนต่างชาติมาแย่งชิงการค้า เช่น ทุนจีนที่มาพร้อมกับเข้ามาเปิดร้านและทำทัวร์แข่งกับคนไทย อีกทั้งเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะซบเซา สวนทางต้นทุนทำธุรกิจสูงทุกด้าน เข้าไม่ถึงเงินกู้ใหม่ และกำลังซื้อยังไม่ฟื้นอย่างที่คาดไว้ สำหรับธุรกิจของขวัญของชำร่วยแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกตลาดในประเทศ กำลังซื้อน่าจะนิ่ง และน่าจะยังไม่ฟื้นตัวเร็วใน 1-2 ปีจากนี้ มูลค่าตลาดในประเทศไม่น่าจะเกิน 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมเกิน 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี อีกส่วนคือการส่งออก กำลังซื้อโลกยังไม่ดีนัก มูลค่าส่งออกอย่างเก่งน่าจะใกล้เคียงปีก่อนที่ 2.2 หมื่นล้านบาท

“เป็นธุรกิจที่ยังล้มลุกคลุกคลาน ที่อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งมาดูแล ตอนนี้ผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งพอประคองตัวได้มีแค่ 20-25% จากเดิมมีสัดส่วน 40% โดยในส่วน 75-80% จำนวนนี้แค่ 30% ยังสามารถไปได้หากได้รับการช่วยเหลือเยียวยาได้ตรงจุดภายในปีนี้ สมาคมฯจึงอยู่ระหว่างการรวบรวมและทำข้อเสนอถึงรัฐบาลใหม่ มุ่ง 3 ด้าน คือ 1.เร่งรัฐบาลใหม่ให้รื้อฟื้นติดอาวุธเพิ่มขีดความสามารถ 2.จะต่อทุนใหม่กับผู้ประกอบการอย่างไร 3.สร้างโอกาสทางธุรกิจและทำอย่างไรให้เป็นธุรกิจแข็งแกร่ง และกระตุ้นรัฐบาลปล่อยมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่แต่ยังเข้าถึงเอสเอ็มอีและรายย่อยได้น้อยมาก โดยหลังจากการเลือกตั้งจะเปิดแถลงข่าวถึงการดำเนินการที่สมาคมจะเสนอต่อรัฐบาลใหม่” นายจิรบูลย์กล่าว

Advertisement