ภาคธุรกิจออกโรงเรียกร้อง รบ.เสียงข้างมาก ชี้มี ‘เสถียรภาพ-เชื่อมั่น’ สหพัฒน์ฟันธงได้ขั้วเก่า

แฟ้มภาพ

ภาคธุรกิจออกโรงเรียกร้อง รบ.เสียงข้างมาก ชี้มี ‘เสถียรภาพ-เชื่อมั่น’ ด้าน ‘สหพัฒน์’ ฟันธงได้ขั้วเก่า

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยและที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวถึงมุมมองภาคธุรกิจต่อการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม ว่าหลังการเลือกตั้งคาดว่าจะมีรัฐบาลใหม่ได้ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะมีผลทำให้งบประมาณปี 2567 มีความล่าช้าได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวอาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในไทยจนกว่าจะรับทราบนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ถ้าความชัดเจนเริ่มมา ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น คาดว่าการลงทุนภาคการก่อสร้างน่าจะเห็นสัญญาณเชิงบวกได้ก่อน ซึ่งถ้าการจัดตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างมากเข้ามาบริหารและเกิดการจัดสรรงบฯรวดเร็วจะเป็นเรื่องดี ขณะเดียวกัน ถ้าจัดตั้งรัฐบาบจากเสียงข้างน้อยอาจเกิดความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลที่เกิดการจัดสรรงบฯล่าช้าออกไปอีก รวมถึงส่งผลกระทบต่อนักลงทุนเรื่องความเชื่อมั่นจากมุมมองการเมืองไม่นิ่งได้ นายอมรเทพกล่าว

นายอมรเทพกล่าวว่า นักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติอยู่ระหว่างรอคอยความชัดเจน หากในวันก่อนการเลือกตั้งสถานการณ์คล้ายกับในอดีตที่มีการขัดขวางการเลือกตั้งจะส่งผลเรื่องความเชื่อมั่น โดยนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ไทย เงินบาทจะอ่อนค่าลง รวมถึงหุ้นจะซึมลงในสัปดาห์หน้า แต่ถ้าหลังวันที่ 14 พฤษภาคม หรือตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม มีการนับบัตรเลือกตั้งได้เร็วและมีความชัดเจนเรื่องคะแนนเสียงข้างมากในแต่ละพรรคที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ถูกเลือกจากประชาชนจะสามารถคาดคะเนการจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว อาจจะเห็นสัญญาณจากนักลงทุนจะกลับเข้ามาลงทุนในไทย

“โฉมหน้ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครเข้ามาดำรงตำแหน่งก็ไม่มีเวลามานั่งชิล เพราะใครมาก็ต้องเร่งทำงาน เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งสิ่งแรกที่ต้องทำคือแผนการบริหารจัดการเศรษฐกิจใน 100 วันแรกว่าจะทำอย่างไร จะมีมาตรการเร่งด่วนอย่างไร เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าเร็วที่สุด” นายอมรเทพกล่าว

Advertisement

ด้าน นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีทางชนะแบบแลนด์สไลด์ตามที่พรรคเพื่อไทย (พท.)และพรรคก้าวไกล(ก.ก.)ประกาศ โดยส่วนตัวมองว่ามีความเป็นไปได้จะมีการจัดตั้งรัฐบาลโดยรัฐบาลขั้วเดิมที่รวมเสียงจากพรรคเล็กๆ เข้ามา ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลคงไม่ง่ายด้วยเช่นกัน

“ตอนนี้ไม่มีตัวเลือกที่ดี จึงทำให้ผมมองว่ารัฐบาลกลุ่มเดิมจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมา 8 ปี ผมเองก็ไม่ได้ชื่นชอบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อะไรมากมาย เพราะมีความไม่ชัดเจนในการแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่อง เช่น การคอร์รัปชั่นที่ยังมีมากขึ้น ราคาพลังงานและค่าไฟที่แพง แต่หากขั้วใหม่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล จะมีความชุลมุนเกิดขึ้น” นายบุญชัยกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image