‘อสังหา’ ขอทีมรัฐบาลใหม่ใจกว้าง กล้าตัดสินใจ ‘หมอบุญ’ ชี้ขั้วเก่ารีเทิร์น 6 ปีศก.ก็ไม่ฟื้น
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า บรรยากาศการเลือกตั้งใหม่ในครั้งนี้ดูคึกคัก คาดว่าผลออกมาจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่จะมากแบบไหนและโฉมหน้าเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครรู้ แต่เป็นรัฐบาลแบบผสมแน่นอน และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยน่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรได้
ชี้แจกเงินไม่ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามไม่ว่าพรรคไหนจะชนะการเลือกตั้ง ขอให้เร่งการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อ โดยเชื่อว่าในช่วงฮันนีมูนพีเรียด รัฐบาลใหม่จะเร่งนโยบายมากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพื่อสร้างผลงาน ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นในช่วงแรก ส่วนในระยะยาวคงต้องรอดู เพราะไม่รู้ว่านโยบายที่นำมากระตุ้นระยะสั้นนั้นจะมาก่อปัญหาในระยะยาวหรือไม่
“เป็นห่วงเรื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งการผลักดันเศษฐกิจ ไม่ใช่การช่วยเหลือแบบระยะสั้นด้วยการแจกเงิน ต้องขับเคลื่อนเป็นองคาพยพ เป็นภาพใหญ่ เพราะการแจกเงินแป๊บเดียวก็หมด”นายวสันต์กล่าว
ขอทีมเศรษฐกิจใจกว้างฟังเสียงเอกชนบ้าง
นายวสันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องใจกว้าง รับฟังความเห็นของทุกฝ่ายจริงๆ อย่ายึดติดกับความคิดของตัวเองและมุมมองจากข้าราชการเท่านั้น ต้องรับฟังมุมมองจากภาคเอกชนด้วย เพื่อจะได้นำไปสังเคราะห์และตัดสินใจ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องเลย
“จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนพูดถึงนโยบายหรือเครื่องมือที่จะนำมาขับเคลื่อนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้มีการขยายตัวในระยะยาวอย่างไรบาง ส่วนใหญ่เห็นแต่นโยบายรัฐสวัสดิการและเป็นนโยบายที่พูดสาดกันไปมามากกว่า “นายวสันต์กล่าว
นายวสันต์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามสมาคมเตรียมจะเสนอขอให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการด้าน อสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 2 ปี ซึ่งขณะนี้รอดูโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ก่อนว่าจะเปิดใจรับฟังเราได้มากน้อยแค่ไหน เพราะทฤษฎีและแนวทางด้านเศรษฐกิจแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน ซึ่งข้อเสนอที่จะให้พิจารณาคงไม่ต่างจากเดิมมาก เพราะที่ผ่านมามีบางมาตรการยังไม่ได้รับการพิจารณา
ชงมาตรการช่วยอสังหาเร่งเมกะโปรเจ็กต์
นายวสันต์กล่าวว่า โดยจะขอรัฐบาลใหม่พิจารณาทบทวนและผ่อนปรนมาตรการแอลทีวีออกไปอีก 1-2 ปี ปรับลดอัตราการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นขั้นบันได เช่น 50% 25% และกลับมาเก็บ 100% ในปี 2568 เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว รวมถึงลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01%ในบ้านทุกระดับราคา จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท และขยายเวลาให้ต่างชาติสามารถเช่าอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 30 ปี เป็น 50 ปี แก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างมีการใช้เป็นจำนวนมาก ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้ถูกต้อง การขอใบอนุญาตต่างๆทำได้ง่าย สะดวก และค่าใช้จ่ายไม่สูง
นายวสันต์กล่าวว่า รวมถึงขอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันโครงการขนาดใหญ่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี รวมถึงโครงการถนน รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง สนามบิน ให้มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันได้ และที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้งบประมาณที่เป็นเงินภาษีของประชาชนเพื่อลงทุนกับโครงการเหล่านี้ไปเป็นจำนวนมากแล้ว อย่าให้สูญเปล่า ขอให้เร่งผลักดันจนสำเร็จ ถ้าจะเปลี่ยนหรือทบทวนให้ดีขึ้นก็สามารถทำได้ อย่าให้ถึงขั้นต้องรื้อใหม่
หมอบุญชี้ขั้วเก่ามาแน่ขอนายกฯเก่งๆ
นายแพทย์บุญ วนาสิน ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ประเมินผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย มาจากพรรคการเมืองกลุ่มเดิมและจะรักษาการไปจนกว่าจะได้จำนวนส.ส.ตามที่ต้องการ ซึ่งคนจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็มีความสำคัญ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองและเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนไปมาก คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนมีความรอบรู้ เก่ง ซื่อสัตย์ ทันเหตุการณ์ ไม่เห็นแก่พรรคพวก และมีอำนาจต่อรองเรื่องการค้ากับต่างประเทศ มองหาสิ่งใหม่ๆเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ใช่ยึดติดอุตสาหกรรมเก่าๆ
“ผมมองว่าเศรษฐกิจหลังเลือกตั้งฟื้นตัวยาก ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล อีก 6 ปีก็ยังไม่ฟื้น ซึ่งเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาแล้ว สิ่งแรกที่อยากจะเห็นคือ ทำให้ประชาชนมีเงิน เพราะปัจจุบันหนี้ครัวเรือนยังสูง คนไม่มีรายได้และทำให้ประชาชนมีความปลอดภัย ได้รับความยุติกรรม”นายแพทย์บุญกล่าว

