หน้าแรก เศรษฐกิจ สิบล้อไม่ลดรา...

สิบล้อไม่ลดราคา!! หลังดีเซลลง 50 สตางค์ รอครบ 1 บาทก่อน โอดสินค้าไม่เห็นลด

10.05.23 | 09:19 น.
แฟ้มภาพ

สิบล้อไม่ลดราคา หลังดีเซลลง 50 สตางค์ รอครบ 1 บาทก่อนค่อยลง โอดสินค้าเมินลดราคา บี้รัฐแยกบัญชีแอลพีจีเพื่อเป็นธรรม

กรณีราคาน้ำมันดีเซลเตรียมปรับลดราคาลง 50 สตางค์ต่อลิตร เหลือ 31.94 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ตามมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) โดยน ายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(สกนช.) ระบุว่า ผู้ประกอบการรถบรรทุกควรปรับลดต้นทุนการขนส่งตามที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าดีเซลที่ลดลงทุก 1 บาท ค่าขนส่งจะลดลงได้ 15 สตางค์ ดังนั้นเวลานี้ค่าขนส่งควรลดลงได้อย่างน้อย 30 สตางค์

ด้าน นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลดราคาน้ำมันดีเซลลงทีละ 50 สตางค์ แทบจะไม่มีผลอะไรกับการปรับลดค่าขนส่งเลย โดยสหพันธ์ฯ มีเพดานการปรับลดหรือขึ้นอยู่ที่ ทุกๆ 1 บาทของการปรับน้ำมันดีเซล ขนส่งจะมีการปรับลดหรือขึ้นที่ 3% ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาชิกของสหพันธ์ฯ ได้มีการปรับลดราคาค่าขนส่งไปแล้ว โดยการปรับลดครั้งต่อไปต้องรอให้ กบน. ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงมาอีกครั้ง เพื่อให้เข้ากับเงื่อนไขของสหพันธ์ฯ ที่ได้ตกลงกับคู่ค้าไว้ต่อไป

“จากแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลง มองว่ากระทรวงพลังงานน่าจะปรับลดราคามันดีเซลได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ซึ่งทางสหพันธ์ฯ ยังคงยืนยันราคาที่เหมาะสมไว้ที่ 25 บาทต่อลิตร หากสามารถปรับลดราคาลงมาได้ถึงระดับดังกล่าว ค่าขนส่งก็จะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกด้วย” นายอภิชาติ กล่าว

นายอภิชาติ กล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่ราคาน้ำมันดีเซลลดลงครั้งละ 0.50 บาทต่อลิตรนั้น เพราะยังมีหนี้ที่ค้างชำระหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งมองว่าควรแยกบัญชีน้ำมันกับบัญชีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนออกจากกัน เพราะการที่เอาเงินจากกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนผู้ใช้แอลพีจีถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำมัน เพราะการลดราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่อเที่ยว เมื่อราคาน้ำมันลดลง การเดินทางจะเพิ่มมากขึ้น เงินสะพัดมากขึ้น รวมถึงการลดราคาค่าไฟด้วยเช่นกัน ประชาชนจะเริ่มควักเงินที่เก็บมาใช้จ่ายมากขึ้นเช่นกัน

Advertisement

นายอภิชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้ หวังว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ หากมองนโยบาย 2-3 พรรคการเมืองเสียงข้างมาก ต่างมุ่งสู่นโยบายแก้ปัญหาราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า ซึ่งไม่รู้จะทำได้จริงตามที่ประกาศนโยบายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา หลายพรรคหลายสมัยก็ไม่สามารถทำได้ตามที่หาเสียง อีกทั้ง 8 ปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศก็ต้องมีประสบการณ์ก็ควรรู้ ยอมรับว่านายกรัฐมนตรีไม่มีเรื่องการทุจริต แต่ถือว่าเป็นผู้พายเรือให้รัฐมนตรีนั่ง ก็ต้องรู้เห็นทุกอย่างเช่นกัน

“ที่ผ่านมาตอนราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นมากๆ เราอยากปรับขึ้นราคาค่าขนส่งสินค้า 70-80% แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะลูกค้าขอร้องไว้ แต่ราคาสินค้ามีการปรับขึ้นราคาแล้วกลับไม่ยอมลดราคาลง จึงอยากให้ทุกฝ่ายเห็นใจซึ่งกันและกัน อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เพื่อให้ทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ยังสามารถดำเนินชีวิตและธุรกิจ ไปได้อย่างไม่สะดุดต่อไป” นายอภิชาติ กล่าว

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง