หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าภายใน เผยร...

ค้าภายใน เผยร้อนแล้งกระทบผลผลิต-ราคาอาหารสด คาดปลาย พ.ค.คลี่คลาย หลังฝนตก

11.05.23 | 16:53 น.

ค้าภายใน เผยร้อนแล้งกระทบผลผลิต-ราคาอาหารสด คาดปลาย พ.ค.คลี่คลาย หลังฝนตก

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมสำรวจสถานการณ์ราคาสินค้ากลุ่มอาหารสดประจำสัปดาห์ พบว่า หมูเนื้อแดง ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดราคาเฉลี่ยทั่วประเทศ 140-145 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ถือเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่ค่าครองชีพปรับตัวลดลง ส่วน ไก่ ปรับขึ้นเล็กน้อย ไก่น่องติดสะโพก 85-90 บาทต่อ กก. ไก่เนื้ออก 75-85 บาท/กก. ไข่ไก่ เบอร์ 3 เฉลี่ยฟองละ 3.81 บาท ส่วน ผักสด ปรับขึ้นบ้าง เพราะอากาศร้อนและแล้งทำให้ผลผลิตโตช้า แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ปกติในเร็วๆ นี้

นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ ต้นทุนอาหารสัตว์ ปรับเพิ่มขึ้น และมีผลกระทบต่อต้นทุนการเลี้ยงสุกรมีชีวิต กรมได้หารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเพื่อติดตามสถานการณ์แล้ว และกำลังร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา โดยยืนยันกับผู้เลี้ยงสุกรว่าราคาอาหารสัตว์จะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นราคา ซึ่งกรมได้ขอความร่วมมือกับผู้ผลิตไปแล้ว เพราะต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารสัตว์ราคาทรงตัว และบางรายการเริ่มปรับลดลง เช่น ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาทรงตัว มันสำปะหลัง ราคาเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้นและเป็นไปตามกลไกตลาด

“กรมเห็นใจผู้เลี้ยง เพราะต้นทุน ซึ่งขณะนี้กำลังเข้าไปช่วยดูแลในเรื่องต้นทุนอาหารสัตว์อยู่ สถานการณ์กำลังดีขึ้น และได้ขอความร่วมมือห้างค้าส่งค้าปลีกให้จัดโปรโมชันลดราคาสินค้ากลุ่มอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพรายการอื่นๆ แทนสินค้าหมูเนื้อแดงที่ขณะนี้ราคาถือว่าอยู่ในระดับปกติแล้ว รวมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสกัดหมูเถื่อน เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหมูเป็นลดลง” นายวัฒนศักย์กล่าว

นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์ราคาผัก โดยทำงานใกล้ชิดกับตลาดกลาง พบว่าผลผลิตบางรายการปรับลดลงบ้าง จากสภาพอากาศร้อนและแล้ง และพื้นที่เพาะปลูกบางแห่งเจอพายุฤดูร้อน ทำให้ผลผลิตผักออกสู่ตลาดน้อยลง และมีปัญหาเรื่องคุณภาพ แต่ขณะนี้เริ่มมีฝนแล้ว คาดว่าสถานการณ์ผักจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติช่วงปลายเดือน พ.ค.2566 เป็นต้นไป

Advertisement

สำหรับสถานการณ์ผักสำคัญ เช่น มะละกอ ราคาทรงตัว แต่ผลผลิตออกช้ากว่าปกติ ผักชี ซึ่งเป็นผักไม่ชอบร้อนจัด แล้งจัด ราคาสูงขึ้น แต่อีก 2 สัปดาห์จะดีขึ้น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ราคาทรงตัว ส่วน มะนาว ขณะนี้ราคาเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และคาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกมากตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค.2566 เป็นต้นไป เพราะผลผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน เพราะติดลูกแล้ว ราคาก็น่าจะปรับลดลงต่อเนื่อง

ด้าน ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ราคา ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนการผลิตที่สำคัญของเกษตรกรลดลงต่อเนื่อง โดยแม่ปุ๋ยราคาปรับลดลง 20-49% ได้แก่ แม่ปุ๋ยไนโตรเจน ยูเรีย 46-0-0 ราคาลดลง 49% แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 ราคาลดลง 41% แม่ปุ๋ยฟอสเฟส (P) ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต 18-46-0 ราคาลดลง 20% และแม่ปุ๋ยโพแทส (K) โพแทสเซียมคลอไรด์ 0-0-60 ราคาลดลง 20% และมีสต็อกคงเหลือ ณ วันที่ 30 เม.ย.2566 อยู่ที่ 1.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 30% ส่วนยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เช่น ยาฆ่าหญ้า ไกลโฟเซต ลด 19% ยาฆ่าแมลง อะบาเม็กติน ลด 14% ซึ่งกรมได้ขอให้ผู้ประกอบการปรับลดราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ลดลงแล้ว