‘แคนนอน’ คืนบัลลังก์เบอร์ 1 ปลุกตลาดพรินเตอร์ไทย ออกสินค้าใหม่ ผุดตู้ขายหมึก
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายฮิโรชิ โยโกตะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์พรินเตอร์ในประเทศไทยยังเป็นตลาดที่สำคัญและมีการเติบโต หลังผ่านโควิดในปี 2566 แคนนอนพร้อมกลับมาบุกตลาดทุกเซ็กเมนต์ และครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์พรินเตอร์อีกครั้ง หลังสามารถครองตำแหน่งผู้นำพรินเตอร์อันดับ 1 ของตลาดเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2563 รวมถึงปี 2565 ที่สามารถครอส่วนแบ่งตลาดได้มากถึง 32% จากตลาดรวม 840,000 เครื่อง และในปีนี้มีเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) มากขึ้น พร้อมสร้างความมั่นใจลูกค้าว่าของไม่ขาด รวมถึงขยายสาขาให้บริการเพิ่มจาก 164 แห่ง เป็น 180 แห่งครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปีนี้
น.ส.เนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง(ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่แคนนอนเปิดตัวสินค้าใหม่และใช้งบ 50 ล้านบาทในการทำตลาด หลังวิกฤตซัพพลายเชนคลี่คลายทำให้มีความพร้อมกลับมาทำตลาดอย่างเต็มที่ และด้วยตลาดนิ่งจึงต้องใช้โอกาสนี้เร่งแอ๊กทีฟแบรนด์ทำการตลาดเพื่อหนีคู่แข่งในตลาดที่การแข่งขันสูงมาก

“สถานการณ์ตลาดพรินเตอร์ในไทย แบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงโควิดมีเวิร์กฟรอมโฮมทำให้ตลาดเติบโตมาก ทำให้ยอดขายโต เรารักษาส่วนแบ่งตลาดในปี 2565 ไว้ได้หลังหล่นจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 3 ในปี 2564 เพราะของขาดจากปัญหาซัพพลายเชน เพราะสินค้าเรานำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น แต่ปีนี้เรามีสินค้าเพียงพอต่อการทำตลาดแน่นอน ส่วนช่วงหลังโควิด กลับมาทำงานปกติ ตลาดราชการ องค์กร หรือตลาด B2B กลับมาเติบโต ขณะที่ลูกค้ารายบุคคล หรือตลาด B2C เริ่มมีอัตราเติบโตคงที่ ในปีนี้เราจะบุกตลาด B2B มากขึ้น รวมถึงธุรกิจ SMEs” น.ส.เนตรนรินทร์กล่าว
น.ส.เนตรนรินทร์กล่าวว่า ปีนี้แคนนอนออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ทั้งนักเรียนนักศึกษาที่งบประมาณน้อย, ผู้ใช้งานในครัวเรือน การใช้งานมากน้อยต่างกันในแต่ละวัน, พนักงานบริษัท หรือสตาร์ตอัพใช้งานง่าย, ธุรกิจขนาดเล็ก SMEs งานพิมพ์ซับซ้อนหลายประเภท, มืออาชีพขั้นสูง ต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูง

โดยได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มได้แก่ 1.MINI INK รองรับผู้ใช้งานกลุ่ม B2C โดยเฉพาะ รวมถึงกลุ่ม B2B ระดับต้น เช่น ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก ชูจุดเด่นการลดต้นทุนค่าหมึก ผู้ใช้งานยังสามารถเปลี่ยนหัวพิมพ์และแผ่นซับหมึกเองได้ โดยที่ยังคงได้งานพิมพ์คุณภาพดีที่คุ้มค่าสุงสุด
2.BUSINESS INK TANK จับกลุ่ม B2B ที่เป็นธุรกิจ SMEs หรือโฮมออฟฟิศที่มีการใช้งานมากกว่าในครัวเรือน 3.LASER FULL RANGE ในครึ่งปีแรกนี้แคนนอนเปิดตัวเครื่องพิมพ์เลเซอร์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 13 รุ่น คือ เลเซอร์พรินเตอร์ 6 รุ่น และเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่น 7 รุ่น ตอบโจทย์ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล หรือแม้แต่หน่วยงานรัฐบาลขนาดใหญ่
และ 4.DESKTOP LARGE FORMAT งานพิมพ์หน้ากว้าง รวมถึงทำสปีดการพรินได้ตั้งแต่ 28-61 แผ่นต่อนาที พร้อมกับหมึกราคาไม่แพงออกมาจำหน่าย

“ปีนี้เรามีหนังโฆษณาชื่อว่า ‘แคนเซิลทุกเรื่องยากด้วยแคนนอนพรินเตอร์’ พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่แก่ดีลเลอร์ชั้นนำในประเทศ ตลอดจนแคมเปญส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงบริการตู้เวดดิ้งแมตชีน (Vending Machine) สำหรับจำหน่ายหมึกแท้ เป็นการหาช่องทางใหม่ในการทำตลาด นำร่อง 10 แห่ง ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและพันธมิตรทุกฝ่าย ว่าแบรนด์แคนนอนได้กลับมาครองบัลลังก์เครื่องพิมพ์ตลาดเมืองไทยอย่างแท้จริง” น.ส. เนตรนรินทร์กล่าว
น.ส.เนตรนรินทร์กล่าวว่า สำหรับตลาดรวมพรินเตอร์ในไทยในปี 2566 น่าจะลดลง 5-10% จากปี 2565 อยู่ที่ 840,000 เครื่อง อยู่ที่ 770,000 เครื่อง ซึ่งตบาดึเริ่มหดตัวตั้งแต่ก่อนโควิด โดยปี 2562 อยู่ที่ 930,000 เครื่อง ทั้งนี้ หลังกลับมาบุกตลาดในปีนี้แคนนอนตั้งเป้าเติบโตกว่า 10%


