หน้าแรก เศรษฐกิจ CENTEL พลิกฟื...

CENTEL พลิกฟื้นชัดเจน โชว์กำไรไตรมาสแรกปีนี้ 629 ล้าน สูงสุดตั้งแต่เริ่มโควิด

12.05.23 | 18:26 น.

CENTEL เปิดผลการดำเนินไตรมาส 1/2566 กำไร 629 ล้านบาท สูงสุดตั้งแต่เริ่มเกิดโควิด รับปัจจัยบวกนักท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ประมาท ปัจจัยเสี่ยงยังเยอะ เน้นแผนธุรกิจระมัดระวัง ควบคุมต้นทุน เร่งจ่ายคืนเงินกู้สกุลดอลลาร์ก่อนกำหนด ปิดความเสี่ยงดอกเบี้ยแพง เตรียมออกหุ้นกู้ล็อคเรทดอกเบี้ยแทน

นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2566 มีรายได้รวม 5,863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% และมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 1,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% จากไตรมาส 1/2565 โดย EBITDA Marginอยู่ที่ 29% เพิ่มขึ้นเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเทียบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรงแรมในประเทศไทยตามแหล่งท่องเที่ยวหลักซึ่งมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 629 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2565 ที่ขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท

“แม้ว่าการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ จากปัจจัยบวกหลายด้านรวมถึงการเข้ามาของนักท่องเที่ยวประเทศจีนที่เร็วกว่าคาด อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยยังคงมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนเที่ยวบินที่ยังต่ำกว่าปี 2562 อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถฟื้นตัวแบบก้าวกระโดดได้ในไตรมาส 1/2566 แต่คาดว่าจำนวนเที่ยวบินจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมยังคงมีความท้าทาย ทั้งในเรื่องจำนวนเที่ยวบิน ต้นทุนค่าเดินทางที่สูงขึ้น สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอย บริษัทจึงยังคงดำเนินแผนธุรกิจและควบคุมต้นทุนทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการจ่ายคืนเงินต้นก่อนกำหนดสำหรับเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลบาทเพื่อลดผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยรวม รวมถึงมีแผนการออกหุ้นกู้เพื่อเพิ่มสัดส่วนอัตราดอกเบี้ยคงที่แทนอัตราดอกเบี้ยลอยตัว”

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2566 นายกันย์ คาดว่าจะมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นสำคัญ สืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ธุรกิจอาหารได้เห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ปีที่ผ่าน ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) 68% – 72% และรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) อยู่ที่ 3,350 – 3,650 โดยการเติบโตของ RevPar มาจากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะโรงแรมในประเทศไทยเป็นสำคัญ ในขณะที่ธุรกิจอาหาร ประมาณการอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales: SSS) ไม่รวมกิจการร่วมค้าเติบโต 7% – 9% เทียบปีก่อน และอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขา (Total-System-Sales: TSS) จะอยู่ในช่วง 13% – 15% เทียบปีที่ผ่านมา สำหรับการเติบโตของจำนวนสาขา บริษัทฯ คาดว่าจะมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นสุทธิรวมแบรนด์ร่วมทุน ประมาณ 120-150 สาขา (รวมสาขา shop-in-shop อาริกาโตะในมิสเตอร์โดนัท) เทียบกับปี 2565 โดยแบรนด์ที่เน้นการขยายสาขาเพิ่มได้แก่ เค เอฟ ซี, อานตี้ แอนส์, สลัดแฟคทอรี, ส้มตำนัว และ ชินคันเซ็น ซูชิ

ทั้งนี้บริษัท ได้ให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้เป้าหมายระยะยาว 2563-2572 ลดการใช้พลังงาน การใช้น้ำ ของเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ร้อยละ 20 จากปีฐาน 2562 โดย ณ สิ้นปี 2565 บริษัทได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อรองรับการเป็นสมาร์ทโฮเทล (Smart Hotel) มุ่งเน้นการลดการใช้พลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ โครงการติดตั้งระบบทำน้ำร้อนแบบประหยัดพลังงานสำหรับสระจากุสซี่ ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานจากเดิม 2-3 เท่า, โครงการติดตั้ง Chiller optimizer ช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ 10%-15 % เป็นต้น และในปี 2565 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา 12 แห่งพร้อมสำนักงานใหญ่ผ่านการประเมินและตรวจสอบมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกประเภทโรงแรมจาก Vireo SLR หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญการตรวจสอบที่ผ่านการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2568 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกแห่งจะต้องผ่านการรับรองจาก GSTC

Advertisement