นายอมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอาคาร 8 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 87 เขตพระโขนง ถล่มขณะรื้อถอน ว่า อาคารที่มีความสูงเกินกว่า 3 ชั้นขึ้นไป ถือเป็นอาคารวิศวกรรมควบคุมคือต้องมีวิศวกรในการออกแบบการรื้อถอนอาคารและควบคุมการรื้อถอน เมื่อเกิดเหตุการณ์ทรุดตัวและมีผู้เสียชีวิต ทางสภาฯจะเรียก วิศวกรผู้ออกแบบ และวิศวกรผู้ควบคุมงานมาสอบสวนจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมทั้งสอบสวนปัจจัยที่อาคารถล่มด้วย ซึ่งมีได้หลายปัจจัย เช่น 1.ขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนต้องทำถูกต้องตามหลักวิศวกรรม 2.เครื่องมือและอุปกรณ์ในการรื้อถอน 3.บุคลากรต้องเชี่ยวชาญ ทั้งวิศวกรและแรงงาน หากพบว่าวิศวกรทำผิดตามจรรยาบรรณจริง มีโทษสูงสุดคือเพิกถอนใบอนุญาตสำหรับการประกอบวิชาชีพวิศวกร
“อาคารนี้โครงสร้างแบบไร้คาน ต้องเสริมสร้างสลิงเข้าไปเพื่อทดแทนใช้คาน ทำให้โครงสร้างมีความอ่อนแอกว่าโครงสร้างแบบคานเสาทั่วไป หากการรื้อถอนไม่มีความเข้าใจในโครงสร้างไร้คาน จะทำให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจากพื้นของอาคารนี้เป็นพื้นไร้เสา เมื่อขุดเจาะหรือรื้อโดยไม่มีการค้ำยันที่ถูกต้องแล้ว อาจเกิดการถล่มทั้งอาคารได้ จากการตรวจสอบอาคารนี้ พบว่า การรื้ออาคารไม่มีการวางเสาค้ำยันแต่อย่างใด ” นายอมร กล่าว
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า การรื้อถอนอาคารนี้ดำเนินการผิดวิธี คือ 1.การไม่มีการค้ำยัน ทำให้การถ่ายเทน้ำหนักของโครงสร้างแต่ละชั้นเกิดปัญหา 2.การตัดลวดของอาคารบกพร่อง ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารเกิดถล่มลงมาตั้งแต่ชั้น 6 ถึงชั้น 1 ตามหลักควรออกแบบขั้นตอนในการรื้อ ขออนุญาตการรื้อถอนจากสำนักงานเขต ก่อนทำตามขั้นตอนการรื้อ และต้องมีวิศวกรควบคุมการรื้อถอนอยู่ในพื้นที่ตลอด เพราะแรงงานทั่วไปจะไม่ทราบว่าควรรื้อพื้นที่ใดบ้าง พื้นที่ใดปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ซึ่งวิศวกรในการควบคุมงานครั้งนี้ก็ยังไม่เห็นเลย

