“กาแฟพันธุ์ไทย”เบลนด์”ข้าวโพดไร่สุวรรณ” เปิด 3 เมนูต้องลอง พีทีจีคาดยอดขายโต 20%

13.05.23 | 15:08 น.

“พิทักษ์ รัชกิจประการ” เผย กาแฟพันธุ์ไทย ทำรายได้ Q1/66 เพิ่มขึ้น 70% เหตุคนไทยยังฮิตซดกาแฟ ผนึกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รังสรรค์เครื่องดื่มใหม่ กาแฟเบลนด์ข้าวโพดไร่สุวรรณ ชูของดีท้องถิ่นไทย หนุนเกษตรกรโตยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขายโต 20% ผลักดันยอดขายรวมทั้งปีนี้โต 2 เท่า

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษา ส่งเสริมงานวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านร้านค้าและแบรนด์ต่างๆภายในเครือ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันพีที ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท ทั่วประเทศ

“การจับมือกับสถาบันการศึกษาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เชิงรุกของ “กาแฟพันธุ์ไทย” ในการผลักดันยอดขายและเดินหน้าเพิ่มสาขาแฟรนไชส์ให้ได้ตามเป้า โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 กาแฟพันธุ์ไทยสามารถทำยอดขายได้กว่า 350 ล้านบาท เติบโตกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันถึง 70% และเติบโตจากสาขาเดิมถึง 35% ประกอบกับภาพรวมของตลาดกาแฟในปัจจุบันที่เติบโตเป็นอย่างมาก จากการเปิดเผยข้อมูลของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ‘ดีพร้อม’ พบว่ามีการบริโภคกาแฟในประเทศสูงถึง 70,000 ตันต่อปี ขณะที่ประเทศไทยผลิตได้เองเพียง 10,000 ตันต่อปีเท่านั้น นอกจากนี้จากการศึกษาข้อมูลตลาดกาแฟโลก คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดกาแฟในช่วงปี 2564-2566 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 9% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.91 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ชี้ให้เห็นปัจจัยบวกของกาแฟในประเทศไทยกับโอกาสเติบโตอีกมาก” นายพิทักษ์ กล่าว

นายพิทักษ์ กล่าวว่า ในปีนี้วางแผนยุทธศาสตร์ กาแฟพันธุ์ไทย สร้างผลกำไรเติบโต 2 เท่า หรือมียอดขายเพิ่มขึ้น 80% ภายในสิ้นปีนี้ คือ 1.ขยายสาขาทั่วประเทศด้วยโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ เน้นการเปิดสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย (Coverage Expansion) เข้าถึงได้ง่าย (Accessibility) และเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ (Visibility) โดยเน้นการขยายสาขาใจกลางเมืองในย่านธุรกิจที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองจังหวัดต่างๆ รองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ซึ่งปัจจุบันร้านกาแฟพันธุ์ไทยเปิดให้บริการกว่า 600 สาขา แบ่งเป็นสาขาในสถานีบริการน้ำมัน 60% และสาขานอกสถานีบริการน้ำมันอีก 40% ซึ่งภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาให้ได้ 800 สาขา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรวม 1,500 สาขาทั่วประเทศ ภายในสิ้นปีนี้ ผู้ที่สนใจร่วมกิจการ ใช้งบลงทุนเริ่มต้น 1.25 ล้านบาท/สาขา โดยมีธนาคารพาร์ทเนอร์สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

2.นำเสนอสินค้าใหม่จากวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และหาทานได้ยากของไทย มาพัฒนาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มเมนูต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าของทางกาแฟพันธุ์ไทยแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ชุมชนและเกษตรกรไทยให้ “อยู่ดีมีสุข” และเติบโตอย่างยั่งยืน

Advertisement

3.การเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่ม Non-Beverage ด้วยสินค้ากลุ่มเบเกอรีและขนมอบ (Bakery & Pastry) ขนมแปรรูปจากชุมชนทั่วประเทศ (Pack Food) สินค้าที่ระลึกและของพรีเมียมจากแบรนด์ (Merchandising) รวมไปถึงเมล็ดกาแฟและกาแฟ ดริปพร้อมดื่มที่บ้าน เพื่อเพิ่มยอดขายต่อบิลให้มากขึ้น

4.การขยายและรักษาฐานลูกค้าสมาชิก Max Card ในปัจจุบันที่มีกว่า 19 ล้านราย คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถเพิ่มสมาชิกในระบบได้มากกว่า 21 ล้านรายทั่วประเทศ โดยสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลสมาชิกมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการสร้างยอดขายและเพิ่มความถี่ในการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายหลักในการขยายฐานสมาชิก Max Card Plus หรือบัตรแดง ให้เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าประจำที่มี Brand Royalty และมีกำลังซื้อสูงกว่ากลุ่มทั่วไปมากกว่า 2 เท่า

“กาแฟพันธุ์ไทย ได้ดำเนินธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์เครื่องดื่มรสชาติดี ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพและหาทานได้ยากทั่วประเทศ ด้วยความมุ่งหวังให้ชุมชนและเกษตรกรไทย ‘อยู่ดีมีสุข’ อย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยต่อไป โดยในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ เราจะสร้าง Brand Connection ด้วยการ Refresh แบรนด์ใหม่ให้มีความน่าสนใจ ต่อยอดแนวคิด ‘เวลาเป็นไท เวลาพันธุ์ไทย’ พร้อมเพิ่มการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและวัยทำงาน ด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและบริการที่แตกต่างและตรงกับความต้องการของคนไทย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม ทุกวัย รวมทั้งพัฒนารสชาติกาแฟให้โดนใจผู้บริโภค ส่งผลให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีนัยยะสำคัญของเราในช่วงปีที่ผ่านมา” คุณพิทักษ์ กล่าว

ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือครั้งว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และพีทีจี มีอุดมการณ์บนจุดมุ่งหมายเดียวกันคือความมุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงร่วมมือจัดทำโครงการนำร่อง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ภาคเอกชนเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศ พร้อมส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรให้กับหน่วยธุรกิจของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมกันสนับสนุนชุมชน สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่เกษตรกรไทย พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

รศ. ดร.ธานี ศรีวงศ์ชัย คณบดี คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้วิจัยคิดค้นพันธุ์ข้าวโพดหวาน ที่มีรสชาติ และคุณลักษณะทางการเกษตรที่ดี จนกระทั่งได้พันธุ์ข้าวโพดหวานอินทรี 2 ที่มีความหวานจากธรรมชาติโดยเฉลี่ย 14.5 องศาบริกซ์ มีรสชาติหวาน นุ่ม และหอม เมื่อมีการนำมาแปรรูปเป็นน้ำนมข้าวโพดจึงมีรสชาติที่หอมหวานไม่เหมือนใคร อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของไร่สุวรรณที่ทำงานร่วมกับแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย เพื่อต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อส่งมอบคุณค่าสู่ชุมชน เกษตรกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างพีทีจี และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ประเดิมเครื่องดื่มรังสรรค์ใหม่ 3 เมนู ได้แก่ “โพดลาเต้” กาแฟพันธุ์ไทยและนมข้าวโพดไร่สุวรรณ หอมหวานเข้มข้น, “โพดชาเขียว” ชาเขียวพันธุ์ไทยและนมข้าวโพดไร่สุวรรณ หอมหวาน กลมกล่อม และ“โพดโกโก้” โกโก้พันธุ์ไทยและนมข้าวโพดไร่สุวรรณ หอมหวานลงตัว เพิ่มเทกเจอร์ความอร่อยนุ่มทุกเมนูด้วยเมล็ดข้าวโพดหวานเคี้ยวเพลิน ราคาแก้วละ 69 บาท โดยจัดกิจกรรมแนะนำเมนูใหม่นี้ ที่สยามสแควร์วัน ลานกิจกรรมทางเชื่อม BTS ชั้น 3 วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ เป็นวันสุดท้าย ในงานเทศกาล “Cornnival-คอร์นนี้ว้าว โพดจุดใจ ไร่สุวรรณ” เนรมิตบรรยากาศไร่สุวรรณด้วยข้าวโพดยักษ์เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูป และเมื่อซื้อเครื่องดื่ม “โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ” รับสิทธิ์ตามเงื่อนไข อาทิ ถ่ายรูปสติกเกอร์ฟรี, Lucky draw ลุ้นรับของรางวัล อาทิ Max Card Plus มูลค่า 599 บาท บัตรกำนัล 100 บาท ฯลฯ สำหรับเครื่องดื่ม โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ จะเปิดจำหน่ายถึงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ และบริการดิลิเวอรี่ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตขึ้น 20% จากแคมเปญนี้