นักลงทุนจับตาหุ้น 4 กลุ่ม เจอแรงกดดันหลังเลือกตั้ง ทิศทางค่าบาทแข็งแตะ 32 ต่อดอลล์
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ และการลงทุนสายงานวิจัย บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มหุ้นที่ได้รับแรงกดดันจากผลการเลือกตั้งใหญ่ 2566 ได้แก่
1.กลุ่มโรงไฟฟ้า-กลุ่มโรงไฟฟ้าจะเจอแรงกดดันจากมาตรการลดค่าไฟฟ้า 70 สตางค์/หน่วย (ลดทันที) มองเป็น Sentiment ลบกับโรงไฟฟ้า SPP อย่าง BGRIM GPSC รวมถึงการประมูลโรงไฟฟ้าต่างๆ ในอนาคตกระทบราคาหุ้น GULF GUNKUL
2.กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ-กลุ่มโรงแรม, ร้านอาหารอาจจะเจอแรงกดดันจากค่าแรง 450 บาท (ขึ้นทันที) และการทำงานไม่เกิน 40 ชม.ต่อสัปดาห์ หากเกินต้องได้ OT (งานล่วงเวลา) ขึ้นทันที โดนต้นทุนแรงงานคิดเป็นสัดส่วนราว 10-25% (SG&A to sales แล้วแต่ บจ.) มองเป็นลบกับ CENTEL ZEN M
3.กลุ่มสื่อสาร-มองเป็น Sentiment (ความรู้สึก) ลบต่อกลุ่มสื่อสาร อาทิ ADVANC INTUCH TRUE จากประเด็นการควบรวมกิจการในอนาคตจากนโยบายหลักของพรรคก้าวไกลนั่นคือ Demonopolize Decentralized Demilitarize
4.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย-มองเป็น Sentiment ลบต่อราคาหุ้น SC SIRI หลังพรรคเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ตามที่ตลาดคาด ทำให้ราคาหุ้นอาจโดน De-rate จากตลาดในอนาคตอันสั้น
“มองโดยรวมต้องใช้เวลาเปลี่ยนขั้วทำให้นักลงทุนที่วาง position ไว้เดิมต้องขายก่อนเพื่อรอซื้อใหม่ อย่างไรก็ดี มองกลุ่มลงทุนคล้ายเดิม คือเน้นที่การบริโภคภาคเอกชนก่อน ส่วนมุมมองต่างชาติ ส่วนใหญ่ไม่รีบร้อนเพราะภาพเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวแรง แต่เชื่อว่าความชัดเจนจากผลเลือกตั้งเป็นบวกมากขึ้น และลดความเสี่ยงการใช้นโยบายกระตุ้นมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นภาระด้านการคลัง ส่วนเงินบาทยังไม่เปลี่ยนมุมมอง เพราะเป็นไปตามคาดส่วนใหญ่ เชื่อว่าครึ่งหลังของปีจะมีแรงหนุนจากกระแสดอลลาร์อ่อนได้มากขึ้น เนื่องจากการเมืองในประเทศมีความชัดเจน มองสิ้นปี 32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ” นายจิติพลกล่าว

