‘บิ๊กธุรกิจ’ ไขข้อข้องใจ ทำไมคนเทใจให้ ‘ก้าวไกล’ หวั่นตั้งรัฐบาลใหม่ช้า ทำศก.ฝืด

15.05.23 | 16:59 น.

‘บิ๊กธุรกิจ’ ไขข้อข้องใจ ทำไมคนเทใจให้ ‘ก้าวไกล’ หวั่นตั้งรัฐบาลใหม่ช้า ทำศก.ฝืด

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลการเลือกตั้ง 2566 ที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ โดยพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมาเป็นดับ 1 ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทยที่ได้อันดับ 2 นั้น ทางภาคธุรกิจก็มองว่าเป็นพลิกความคาดหมาย พร้อมวิเคราะห์ ทำไมประชาชนคนไทยถึงเทใจให้พรรคก้าวไกลอย่างล้นหลาม และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะทำสำเร็จหรือไม่ แม้จะรวบรวมได้ 309 เสียง จาก 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเสรีรวมไทย

  • อสังหาฯชี้แค่ยกแรกลุ้นยก2ตั้งรัฐบาลใหม่

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาโดยพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 ยังเป็นแค่ยกแรก ต้องจับตาดูกันต่อไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 2 ว่าจะจัดตั้งได้หรือไม่ได้ เพราะยังต้องพึ่งคะแนนเสียงจาก ส.ว.อีก เนื่องจากยังไม่ถึง 376 เสียง

  • เผยคนเลือกก้าวไกลหวังปากท้องดีขึ้น

นายวสันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ไม่ว่าผลการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะออกมาอย่างไร ก็ขอให้ทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ และขออย่าให้เกิดความวุ่นวาย มีปัญหา การประท้วงตามมา ซึ่งเมื่อการเลือกตั้งจบแล้ว ขอให้จับมือกันได้ อย่าสร้างความขัดแย้ง เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า เพราะยังมีศึกใหญ่รออยู่ข้างหน้าไม่ว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังผันผวน

“การที่พรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 มองว่าคนที่ประสบปัญหา หวังว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ดีขึ้น เพราะพรรคก้าวไกลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการเปลี่ยนด้านต่างๆ ถ้ายังเป็นรัฐบาลขั้วเดิม ทุกอย่างจะคล้ายเดิม ต้องรอดูนโยบาย การตั้งทีมเศรษฐกิจ จะมีแนวทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างไรบ้าง ตอนนี้ทุกคนหวังจะมีปากท้องที่ดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจหล้งโควิดลำบากมาก ถ้าได้คนรุ่นใหม่ พรรคใหม่ๆ มาหวังจะทำให้เปลี่ยนไปในแนวทางที่ดี อยู่ดีกินดีขึ้น แต่ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” นายวสันต์กล่าว

Advertisement
  • ห่วงเอฟเฟ็กต์ขึ้นค่าแรง 450 บาท

นายวสันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ในฐานะนักธุรกิจยังมีความกังวลนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งนโยบายของพรรคก้าวไกลจะปรับขึ้นเป็น 450 บาทต่อวันทันที หากเป็นไปตามนี้ก็ถือว่าปรับขึ้นจาก 331 บาทต่อวันในปัจจุบันกว่า 30% ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ต่อนายจ้าง และส่งผลกระทบในหลายด้าน ท่ามกลางเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่แบบนี้ ซึ่งการขึ้นค่าแรงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน

  • มองเพราะอยากเปลี่ยนคนถึงเลือกก้าวไกล

นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลเลือกตั้งที่ออกมาพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 ถือว่าพลิกความคาดหมาย การที่ผลเลือกตั้งออกมาแบบนี้ คงเป็นเพราะคนเบื่อ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และหากเลือกพรรคเพื่อไทยจะทำให้ปัญหาไม่จบไม่สิ้น เช่น กรณีของคุณทักษิณ ซึ่งพรรรคก้าวไกลถือว่าเป็นทางออกใหม่ของปัญหา ขณะที่คุณพิธาซึ่งเป็นแคนดิเดตก็เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ มีความรู้ มีความสามารถ เลยทำให้กลุ่มคนรุ่นกลางและคนรุ่นใหม่เทใจให้หรือใครหลายคนเปลี่ยนใจมาเลือกพรรคก้าวไกลกันจำนวนมาก เพราะทุกคนมีความหวังอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จึงให้โอกาสพรรคกาเมืองที่เป้นกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

  • หวั่นจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ

นายศานิตกล่าวว่า สิ่งที่ต้องรอดูต่อไปคือพรรคก้าวไกลจะสามารถการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 และพรรคร่วมอื่นๆ จะจัดตั้งสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จทางพรรคเพื่อไทยน่าจะต้องเป็นคนจัดตั้งต่อไป เพราะยังมีประเด็นที่รอการพิจารณาอีกเล็กน้อย ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลอาจจะไม่ง่าย รวมถึงต้องรอเสียงโหวตจาก ส.ว.ในสภาอีกด้วย ที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ยังมีโอกาสที่จะพลิกผันได้เหมือนกัน

  • จี้สางหนี้ครัวเรือน-ค่าไฟใน 100 วัน

“ขอให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้โดยเร็ว และให้มีความเป็นเสถียรภาพ รวมถึงเลือกทีมเศรษฐกิจที่ดี มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจริงๆ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า และเร่งฟื้นความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงขอให้เร่งแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ไม่ว่าค่าไฟ ค่าน้ำมัน ให้ได้ใน 100 วันแรกหลังเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว เพื่อฟื้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ” นายศานิตกล่าว

  • ค้าปลีกชี้สงบแต่ไม่มีกินก็ไม่ไหว

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งและปลีกไทย กล่าวว่า เท่าที่ดูผลการเลือกตั้งที่ออกมาทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลถือว่าน่าพอใจ แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะจับมือกันตั้งรัฐบาลได้มากน้อยขนาดไหน แต่เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจแล้ว น่าจะถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงสักที คงต้องลองดูสักตั้ง เพื่ออะไรจะได้ดีขึ้น เพราะอยู่แบบเดิมๆ มานานแล้ว บ้านเมืองสงบ แต่ไม่มีกินก็ไม่ไหว ที่ผ่านมารวยกระจุกอย่างเดียว ต้องกระจายความรวยไปบ้าง เพื่อไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำมากจนเกินไป

“ดูแล้วรัฐบาลคงจัดตั้งโดยสองพรรคนี้ และผลออกมาจะสไลด์คงเป็นสองพรรคนี้ ถ้าพรรคก้าวไกลที่หนึ่ง พรรคเพื่อไทยที่สองก็ถือว่าล้ำเลิศแล้ว เมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วก็ขอให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ผ่อนปรนกฎหมาย เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น ลดเงื่อนไขด้านภาษี” นายสมชายกล่าว