หุ้นดิ่งเกือบ 20 จุดรับผลเลือกตั้ง ผวาก้าวไกลทลายทุนผูกขาดกอดคอร่วงยกแผง
วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,561.35 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,541.38 จุด ปรับลดลง 19.97 จุด หรือ 1.28% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,570.62 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,536.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 68,382.81 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับลดลงรุนแรง เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเผชิญแรงขายทำกำไร และผลการเลือกตั้งออกมาค่อนข้างเหนือความคาดหมายที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพราะพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ทำให้เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลอาจไม่ได้อยู่ในใจของตลาดช่วงก่อนหน้านี้ คงต้องรอดูความชัดเจนต่อไป รวมถึงจากนี้ต้องรอการรับรองผลอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และการโหวตนายกรัฐมนตรีด้วย ทำให้เกิดแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ก่อน
“ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเก็งผลการเลือกตั้ง ทำให้ดัชนีหุ้นปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2% แล้ว จึงเป็นการปรับขึ้นล่วงหน้าไปแล้วด้วย โดยขณะนี้ราคาหุ้นปรับฐานลงมามากแล้ว ทำให้การปรับลดลง (ดาวน์ไซด์) จากนี้คงไม่เยอะแล้ว เพราะการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ได้มีความชัดเจนมากนัก” นายณัฐพลกล่าว
นายณัฐพลกล่าวว่า หุ้นที่ปรับลดลงแรงนำตลาดในภาพรวม ได้แก่ หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า สื่อสาร และค้าปลีก โดยเฉพาะเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองเฉพาะตัวด้วย เนื่องจากการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จึงมีความกังวลในเรื่องการปรับเปลี่ยนนโยบายที่มีผลกระทบกับหุ้นแต่ละตัว แต่มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกิดจากพรรคก้าวไกลพรรคเดียวเท่านั้น แต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแบบผสม ทำให้นโยบายต่างๆ อาจไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปแบบรุนแรงมากนัก ทำให้ความกังวลส่วนนี้ค่อนข้างมากเกินไป
นายณัฐพลกล่าวว่า กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ให้แนวรับที่ระดับ 1,525-1,530 จุด แนวต้าน 1,550-1,560 จุด โดยประเมินว่าหุ้นที่ยังสามารถเข้าลงทุนได้ เป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะหุ้นขนาดใหญ่อาจแกว่งตามพัฒนาการด้านการเมือง โดยต้องเลือกเป็นหุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มดี และมูลค่าหุ้น (แวลูเอชั่น) ยังไม่แพงมากนัก ได้แก่ เอส เจดับเบิลยูดี เอสแคป ดูโฮม และอิชิ โดยมองว่าการปรับลดลงของดัชนีลึกๆ นั้น ทำให้การซื้อขายในช่วงถัดไปมีโอกาสดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) ได้
ทั้งนี้ หุ้นรายตัวที่ปรับลดลง ได้แก่ กลุ่มสื่อสาร อาทิ ไทยคม ติดลบ 11.68% แอดวานซ์ ลบ 4.52% ทรู คอร์ปอเรชั่น ลบ 7.84% จีเอเบิล ลบ 8.55% อินเทอร์เน็ตประเทศไทย ลบ 6.80% และอินทัช ลบ 6.75%
กลุ่มพลังงาน อาทิ เด็มโก้ ติดลบ 10.90% กันกุล ลบ 9.95% กัลฟ์ ลบ 8.10% บี.กริม ลบ 7.59% โคลเวอร์ เพาเวอร์ ลบ 6.67% จีพีเอสซี 6.37%

