38 อสังหาฯ โกยรายได้Q1 รวมกว่า 7.37 หมื่นล้าน กำไรเฉียด 8.7 พันล. “เอพี-แสนสิริ-แลนด์” นำโด่ง
สำรวจผลประกอบการไตรมาสแรก 38 อสังหาฯ โกยรายได้พุ่ง 73,712 ล้าน กำไร 8,699 ล้าน “เอพี-แสนสิริ-แลนด์” นำโด่ง ขณะที่สต็อกคงเหลือ อยู่ระหว่างสร้างเพิ่มขึ้น 3.66% กว่า 6 แสนล้าน คาดใช้เวลา 2 ปีกว่าระบายหมด
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด(LWS) สำรวจผลประกอบการ 38 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่าไตรมาสแรก ปี 2566 รายได้รวมและกำไรเพิ่มขึ้น โดยมีรายได้รวม 73, 712.77 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 8,699.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.84% และ 18.71% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2565 โดยมีความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ย 11.80% ลดลงจาก 13.28% ณ สิ้นปี 2565

สำหรับ 10 บริษัทมีรายได้สูงสุด คือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มี รายได้รวม 9,441.41 ล้านบาท ลดลง 13.04% บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) 8,504.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.61% บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) 6,976.60 ล้านบาท ลดลง 12.16% บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) 6,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.31% บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) 5,901.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.58% บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) 4,922 .43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.60% บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) 3,661.61 ล้านบาท ลดลง 3.02% บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) 3,424.16 ล้านบาท ลดลง 0.31% บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) 3,334.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.85% บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) 2,593.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.85%
ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิสูงสุดคือแสนสิริ อยู่ที่ 1,536.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 461.02% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2565 กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินในตรมาสแรกของปี 2565 จำนวน 623.09 ล้านบาท รองลงมาเป็นเอพี 1,478.40 ล้านบาท ลดลง 15.54% แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 1,355.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.50% ศุภาลัย 1,101.16 ล้านบาท ลดลง 7.70% ออริจิ้น 916.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.96% พฤกษา 675.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.01% ควอลิตี้เฮ้าส์ 592.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.30% เอสซี 537.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.69% บมจ.แอสเซทไวส์ 326.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.10% และเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ 318.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4%

ด้านสินค้าคงเหลือและที่อยู่ระหว่างการพัฒนาก่อสร้างของทั้ง 38 บริษัทอยู่ที่ 626,535.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.66 % เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยแสนสิริมีสินค้าคงเหลือมากสุด 91,073.88 ล้านบาท ต้องใช้เวลาประมาณ 24 เดือนในการขายสินค้า กรณีไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ ในขณะที่สินค้าคงเหลือทั้ง 37 บริษัท ใช้ระยะเวลาในการขายรปะมาณ 18-24 เดือน โดยเทียบจากรายได้ในปี 2565 กรณีไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่

