ต่างชาติแห่ช้อปคอนโด 3 เดือนพุ่ง 1.7 หมื่นล้าน ‘จีน’ แชมป์ ‘รัสเซีย’ ไม่แผ่ว ’พม่า’ ซื้อแพงสุด
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล อสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยถึงสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่างชาติในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 มีจำนวน 3,775 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 17,128 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 79.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 67.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 2,107 หน่วย และมูลค่า 10,217 ล้านบาท โดยประเทศจีนยังคงเป็นประเทศที่มีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด จำนวน 1,747 หน่วย คิดเป็น 46% มูลค่า 8,191 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์คนต่างชาติทั้งหมด ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กำลับมาใกล้เคียงเดิมก่อนมีโควิด ขณะที่รัสเซีย เมียนมา อินเดีย เป็นกลุ่มที่ซื้ออาคารชุดมาอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2563
“แสดงให้เห็นว่าตลาดอาคารชุดยังคงมีกำลังซื้อจากต่างชาติอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ เดือนละ 60-80% ซึ่งในปีนี้ตลาดอาคารชุดไทยหากจะให้ขยายตัวมากขึ้นจากไตรมาสแรกที่พบว่ามีเปิดตัวใหม่จำนวน 7,260 หน่วย ลดลงถึง 61.5% ยังต้องพึ่งกำลังซื้อจากต่างชาติ และหากรัฐบาลใหม่มีมาตรการให้วีซ่าต่างชาติที่มาท่องเที่ยวพำนักในไทยได้มากขึ้นเป็น 1-2 ปี รวมถึงขยายสัดส่วนการถือครองของต่างชาติได้มากขึ้นจาก 49% ในบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ จะส่งผลดีต่อตลาดมากยิ่งขึ้น”นายวิชัยกล่าว
นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับ 10 ประเทศที่มีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด ได้แก่ จีน 1,747 หน่วย มูลค่า 8,191 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.7 ล้านบาท,รัสเซีย 387 หน่วย มูลค่า 1,364 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 3.5 ล้านบาท ,สหรัฐอเมริกา 156 หน่วย มูลค่า 653 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.2 ล้านบาท ,สหราชอาณาจักร 146 หน่วย มูลค่า 703 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.8 ล้านบาท ,เยอรมัน 131 หน่วย มูลค่า 611 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.7 ล้านบาท
ฝรั่งเศส 130 หน่วย มูลค่า 606 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.7 ล้านบาท ,ไต้หวัน 94 หน่วย มูลค่า 468 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 5 ล้านบาท ,เมียนมา 76 หน่วย มูลค่า 497 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 6.5 ล้านบาท ,ออสเตรเลีย 71 หน่วย มูลค่า 310 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.4 ล้านบาท และญี่ปุ่น 63 หน่วย มูลค่า 278 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.4 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีต่างชาติการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เป็นต้น

