ตลาดอสังหาQ1 ชะลอตัว เปิดใหม่วูบ 38.7% REIC ชี้ปัจจัยเสี่ยงเพียบ คาดทั้งปีติดลบยกแผง
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่าสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาสแรกปี 2566 ยังชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผู้ประกอบการรอดูสภาวะของตลาดและชะลอการสร้างซัพพลายใหม่ออกสู่ตลาด เนื่องจากยังมีปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งการยกเลิกการผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ภาวะหนี้ครัวเรือนยังสูงถึงเกือบ 90% ของจีดีพี ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นอาจจะสูงถึง 1% ประกอบกับราคาที่อยู่อาศัยที่ยังมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น ล้วนส่งผลให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น มีความสามารถในการผ่อนชำระลดลง กระทบต่อยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ และการปล่อยสินเชื่อของปี 2566
นายวิชัยกล่าวว่า ใน 3 เดือนแรกมีหน่วยได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศ 15,267 หน่วย ลดลง 13.6% ด้าการเปิดตัวใหม่อยู่ที่่ 12,026 หน่วย ลดลง 59% มูลค่า 65,092 ล้านบาท ลดลง 38.7% โดยบ้านเดี่ยวลดลง 38.4% ทั้งนี้พบว่าบ้านราคา 15 ล้านบาทขึ้นเพิ่มขึ้น 180.9% และราคา 2.51-3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.5% ส่วนบ้านแฝดลดลง 47.2% ในทุกระดับราคา ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ลดลงสูงสุดถึง 62.9% อาคารพาณิชย์ลดลง 85.5% ส่วนอาคารชุดอยู่ที่ 7,260 หน่วย ลดลง 61.5%.ในทุกระดับราคา คาดว่าผู้ประกอบการจะเปิดตัวครึ่งปีหลัง
ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 84,619 หน่วย ลดลง 0.8% แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 7.9% อยู่ที่ 241,167 ล้านบาท แยกเป็นแนวราบ 60,950 หน่วย ลดลง 6.8% มูลค่า 170,686 ล้านบาท ลดลง 0.3% และห้องชุด 23,669 หน่วย เพิ่มขึ้น 18.7% มูลค่า 70,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% โดยพบว่าที่มีมูลค่าโอนสูงสุด คือ ระดับราคา 7.51-10 ล้านบาท มีจำนวนเพิ่มขึ้น 34.8%
นายวิชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติยังมีต่อเนื่องโดย มีจำนวน 3,775 หน่วย มูลค่า 17,128 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เพิ่มขึ้น 79.2% และ 67.6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 2565 ซึ่งมีจำนวน 2,107 มีมูลค่า 10,217 ล้านบาท โดยจีนยังคงเป็นประเทศที่มีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด จำนวน 1,747 หน่วย คิดเป็น 46% มูลค่า 8,191 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์คนต่างชาติทั้งหมด
ด้านการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั่วประเทศมีมูลค่าอยู่ที่ 152,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% ขณะที่มูลค่าสินเชื่อคงค้างทั่วประเทศอยู่ที่ 4,775,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2%
นายวิชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ จากปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ คาดว่าทั้งปีนี้การออกใบอนุญาตจัดสรรทั่วประเทศ จะมี 78,269 หน่วย ลดลง 9.3% ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มี 98,132 หน่วย ลดลง 10.5% มีมูลค่า 505,235 ล้านบาท ลดลง 8.2% มีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 352,761 หน่วย ลดลง 10.2% มีมูลค่า 1,016,838 ล้านบาท ลดลง 4.5% แบ่งเป็นแนวราบ 264,571 หน่วย ลดลง 7.4% มูลค่า 753,628 ล้านบาท ลดลง 2.9% และอาคารชุด 88,190 หน่วย ลดลง 17.7% มูลค่า 263,210 ล้านบาท ลดลง 8.8% ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่จะมีมูลค่า 650,764 ล้านบาท ลดลง 6.8%


