‘เอ็น.ซี.ซี.’ ผนึกกำลัง ‘ททท.’ เปิด 3 งานใหญ่ เอาใจสายเที่ยว คาดเงินสะพัด 180 ล้านบาท
นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ส่งเสริมให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน และดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย จึงได้จัดงาน ไทยแลนด์กอล์ฟ แอนด์ ไดฟ์ เอ็กซ์โป พลัส เอาท์ดอร์ เฟสท์ 2023 (Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2023) งานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของการท่องเที่ยว ทั้งด้านกีฬากอล์ฟ ดำน้ำ และท่องเที่ยวแนวกิจกรรมกลางแจ้ง โดยได้รวบรวมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากกลุ่มผู้ประกอบการกว่า 450 บูธ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ และยังมีแพคเกจต่าง ๆ พร้อมส่วนลดสูงสุดกว่า 80% ซึ่งคาดว่าตลอดระยะเวลาการจัดงานจะมีมูลค่าเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 180 ล้านบาท
ทั้งนี้ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 พฤษภาคมนี้ ณ ฮอลล์ 6-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
“ในปีนี้ เราได้ร่วมมือกับ Lazada จัดแคมเปญเพื่อแจกคูปองส่วนลด on top พิเศษ เมื่อซื้อสินค้าและบริการภายในงานนี้ผ่านช่องทางออนไลน์แพลตฟอร์มในช่วงเวลาการจัดงานด้วย และสำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าชมงาน นอกจากได้ของถูกใจแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้ร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่กลับบ้าน อาทิ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับในประเทศจาก Thai Smile และ Thai Vietjet คอร์สเรียนดำน้ำ ทริปดำน้ำ อุปกรณ์กอล์ฟ และของที่ระลึกมากมาย” นายศักดิ์ชัย กล่าว
ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน ในปัจจุบันการท่องเที่ยวกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงต้นปี 2566 ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ในไทยกว่า 7-8 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 464,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การท่องเที่ยวของไทยกลับมาคึกคักใกล้เคียงกับสถานการณ์ปกติแล้ว
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.ให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มเป้าหมาย จึงได้กำหนดนโยบายและแผนงาน ในการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการตอกย้ำความพร้อมและศักยภาพของสินค้าและบริการ รวมไปถึงการร่วมสนับสนุนการจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest มาอย่างต่อเนื่อง ที่มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ นักท่องเที่ยวกลุ่มความสนใจพิเศษ ที่ชื่นชอบกิจกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้ง อาทิ การดำน้ำ การเล่นเซิร์ฟบอร์ด การเดินป่า ตั้งแคมป์ และกิจกรรมกอล์ฟ เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทยมีสนามกอล์ฟที่มีมาตรฐานอยู่หลายแห่ง และแหล่งดำน้ำทางภาคใต้ของไทยก็เป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากนี้การท่องเที่ยวกลางแจ้งในรูปแบบแคมป์ปิ้งที่เป็นกระแสนิยมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen-Y และกลุ่มผู้มีรายได้สูง
สำหรับความพิเศษของปีนี้ ททท.มีแนวคิดที่จะต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เข้ากับการส่งเสริมวัฒนธรรม Soft Power 5F ได้แก่ อาหาร (Food) , ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) , การออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion), ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) และเทศกาล (Festival) ซึ่งนับเป็นการท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์ด้วยเช่นกัน โดยนอกจากจะเป็นสร้างรายได้ที่เกิดจากการใช้จ่ายในกิจกรรมดำน้ำ กอล์ฟ และแคมป์ปิ้ง รวมไปถึงค่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังสามารถกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนท้องถิ่นด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังสอดแทรกแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแก่นักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ต่อทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาภายใต้แนวคิด BCG Model และยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของไทยอีกด้วย




