หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย การเมืองไทยไม่นิ่ง กดเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง คาดแตะระดับ 34.20-34.50 บาท
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.20-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ในช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เข้าใกล้แนวต้านสำคัญ 34.40-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ รวมถึงโฟลว์ซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว
คงมองว่าในระยะสั้น โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงมีอยู่ ท่ามกลางปัจจัยกดดันทั้งจากภายในประเทศอย่างความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่กล้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงของไทย ส่วนปัจจัยภายนอก อย่าง เงินเหรียญสหรัฐก็ยังได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าอยู่ หลังความเสี่ยงการขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ดูจะคลี่คลายลงได้เร็วกว่าที่เราคาด (เดิมเงินเหรียญสหรัฐจะอ่อนค่าลง หากตลาดกังวลปัญหาเพดานหนี้)
อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดก็เริ่มปรับมุมมอง (reprice) แนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด นอกจากนี้ การย่อตัวลงของราคาทองคำใกล้แนวรับหลัก ก็ทำให้คงมองว่า ผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างก็รอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำดังกล่าวก็อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้
อย่างไรก็ดี หากปัจจัยภายในไม่ได้น่ากังวลมากนัก แรงขายสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มลดลง เนื่องจากสถานะการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงของไทย โดยนักลงทุนต่างชาติได้ลดลงต่อเนื่องในปีนี้พอสมควร ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดที่ยังคงมีมุมมองคาดว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ในระยะกลางและระยะยาว ก็อาจรอจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าลงในการเพิ่มสถานะ Long THB เช่นเดียวกันกับ บรรดาผู้ส่งออกก็อาจรอจังหวะในการทยอยขายเงินดอลลาร์ ทำให้เรามองว่า เงินบาทอาจยังไม่อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านแถว 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ได้ในระยะนี้
“ช่วงตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูงจากทั้งปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ (ประเด็นขยายเพดานหนี้) และการเมืองไทย ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูน กล่าว
นายพูน กล่าวว่า ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ตอบรับกับความหวังการเจรจาขยายเพดานหนี้ที่อาจบรรลุข้อตกลงได้ภายในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกัน เงินเหรียญสหรัฐก็ยังได้แรงหนุนจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มเชื่อว่า เฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อได้และเฟดอาจคงดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้น ซึ่งล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 103.5 จุด
สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอาจมีไม่มากนัก อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะ ประธานเฟด Jerome Powell เช่นเดียวกันกับในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดก็จะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เช่นกัน หลังล่าสุดอัตราเงินเฟ้อยูโรโซน ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงคาดว่าอีซีบีจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ไม่ยาก
ส่วนในฝั่งไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ อย่าง ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นประเด็นที่กดดันตลาดการเงินไทยได้ในช่วงนี้ ซึ่งเรามองว่า มีโอกาสที่ปัจจัยการเมืองจะมีผลต่อตลาดไปอีกราว 2 เดือน ซึ่งความกังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาลของไทย อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับเข้ามาซื้อสุทธิสินทรัพย์ไทย

