หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘แอตต้า’ ชี้ค...

‘แอตต้า’ ชี้คืบหน้าจัดตั้ง 8 ร่วมรัฐบาลภาพยังไม่ชัดพอเปลี่ยนสถานการณ์

19.05.23 | 14:59 น.

‘แอตต้า’ ชี้คืบหน้าจัดตั้ง 8 ร่วมรัฐบาลภาพยังไม่ชัดพอเปลี่ยนสถานการณ์

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากกรณีประกาศจัดตั้งรัฐบาลใน 8 พรรคการเมืองนั้น เบื้องต้นมองว่ายังมีความไม่ชัดเจนอยู่มาก เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองและเหลือเวลาในกระบวนการอีกประมาณ 60 วัน ทำให้แม้มีความคืบหน้าเพิ่มเติม แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนการเลือกตั้งมากนัก

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ยังไม่เกิดขึ้น การตัดสินใจในด้านการค้าการลงทุน โดยเฉพาะจากต่างประเทศจะต้องชะลอตัวออกไปก่อน เพื่อรอดูความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบแน่นอน เพราะหากเป็นทุนขนาดใหญ่ที่ควรจะต้องเข้ามาได้แล้ว แต่ยังต้องรอดูความชัดเจนในด้านนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาปกครองประเทศ เมื่อความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ยังไม่เกิดขึ้น การจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนทันทีก็จะมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ซึ่งส่วนนี้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาหลักของการลงทุนอยู่แล้ว

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ตามไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องแล้วเสร็จในช่วงต่อจากนี้ประมาณ 60 วัน ประเทศไทยจะมีรัฐบาลในเดือนสิงหาคมนี้ มองว่าทันกับการพิจารณางบประมาณในปี 2567 พอดี ซึ่งจะสามารถเบิกจ่ายได้ตามกรอบเวลา หากเป็นแบบนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณารับรองส.ส.ของกกต. จะดำเนินได้รวดเร็วเท่าใด หากเปิดสภาได้เร็วมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลทำได้รวดเร็วมากขึ้นด้วย ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรีจะเป็นอย่างไร ผ่านหรือไม่นั้น คงเป็นอีกขั้นตอนที่ต้องพิจารณาและติดตามต่อไป แต่ในช่วงนี้ต้องติดตามว่ากกต.จะประกาศรับรองส.ส.ได้เร็วมากน้อยเท่าใด หากมีการรับรองได้ครบ 95% เมื่อใด จะเป็นผลบวกกับความชัดเจนของทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลและการบริหารประเทศในอนาคตได้มากขึ้น

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองเกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวนั้น ประเมินว่าทุกพรรคการเมืองในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ได้ยกการท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนำเงินเข้าประเทศมากขึ้น ทำให้เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเชื่อว่าจะมีนโยบายในการเข้ามาขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวแน่นอน แต่ในตอนนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว อาจต้องรอพิจารณาในช่วงสัปดาห์ถัดไปอีกครั้ง หลังจากมีการทำเอ็มโอยูร่วมกันระหว่าง 8 พรรคร่วมรัฐบาล ว่านโยบายที่อยู่ข้างในนั้น ภาคการท่องเที่ยวจะเข้ามามีบทบาทและได้รับความสำคัญมากน้อยเท่าใด

“ความสำคัญของภาคการท่องเที่ยวยิ่งมีมากเท่าใด งบประมาณที่ออกมาขับเคลื่อนยิ่งมีมากเท่าใด ก็จะยิ่งสนับสนุนให้ภาคการท่องเที่ยวได้อานิสงส์เชิงบวกมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญคือ การท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนไหวเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะสามารถดึงเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามากระตุ้นให้เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วย” นายอดิษฐ์ กล่าว

Advertisement