สำนักข่าวไชน่าเดลี่รายงานว่า อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของประเทศจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น องค์กรพันธมิตรอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน หรือ ‘ซีอาร์ไอเอ’ ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จีนสามารถขายหุ่นยนต์ได้มากถึง 19,000 ตัว
โดยหุ่นยนต์ที่จำหน่ายออกไปถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุหีบห่อ การเชื่อม และโรงงานประกอบอุปกรณ์ต่างๆ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2016 จีนสามารถผลิตหุ่นยนต์ได้แล้วถึง 64,000 ตัว มากกว่าปี 2015 ถึง 90% โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์เปิดใหม่เกือบ 3 พันแห่ง
——————————-
นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับให้นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซียเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกประจำปี 2016 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
โดยให้เหตุผลว่า นายปูตินแสดงอิทธิพลของรัสเซียไปทั่วทุกมุมโลก ทั้งในประเทศรัสเซียเองไปจนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
ขณะที่อันดับ 2 ตกเป็นของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ที่กระโดดขึ้นมากอันดับที่ 72 ในปีก่อน
อันดับ 3 ได้แก่ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี และเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลของโลกติดต่อกันหลายปี
ทั้งนี้ นิตยสารฟอร์บส์ได้คัดเลือกผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วทุกมุมโลก ในหลายสาขาอาชีพและวิถีชีวิตโดยในปีนี้มีทั้งหมด 74 อันดับ
————————————-
ศาลกลางออสเตรเลียสั่งปรับบริษัทเวชภัณฑ์ ‘เร็คคิตต์ เบนคีเชอร์’ ผู้ผลิตยาแก้ปวด ‘นูโรเฟน สเปซิฟิคเพน’ มูลค่า 6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 158 ล้านบาท เนื่องจากทำผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสรรพคุณของยา
โดยคณะกรรมการผู้บริโภคและการแข่งขันออสเตรเลีย หรือ ‘เอซีซีซี’ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยานูโรเฟนมีตัวยาออกฤทธิ์หลัก คือ ไอบูโพนเฟน ไลซีน 342 มิลลิกรัมแบบเดียวกันหมด แต่บริษัทกลับอ้างว่า สูตรยาแต่ละตัวใช้บรรเทาอาการปวดแตกต่างกัน อาทิ อาการปวดหลัง ปวดประจำเดือน ไมเกรน และปวดศีรษะ
ทั้งนี้ คณะผู้พิพากษาระบุว่า วัตถุประสงค์ของการตัดสินเพิ่มโทษปรับครั้งนี้เพื่อเตือนให้บริษัทเร็คคิตต์ เบนคีเซอร์ หรือบริษัทยาอื่นๆ คิดให้รอบคอบก่อนที่จะกระทำการใดที่ขัดต่อผลประโยชน์ส่วนรวม

